แต่ว่า รอยยิ้มของนางกลับทำให้คนรู้สึกเหน็บหนาวไปถึงกระดูก
แม่ทัพสุ่ยหันคนนั้นสังเกตเห็นรอยยิ้มที่ผิดปกติของนางได้ก่อน เพียงแต่ไม่ทันได้เปิดปากพูด ก็ได้ยินจักรพรรดินีของพวกเขาเปิดปากพูด
“เหล่าทหารสุ่ยหันทุกคนจงฟัง รีบจัดขบวนแล้วไปจัดการศัตรูกับข้า ชาวสุ่ยหันจัดคนตรวจดูการสู้รบหนึ่งพันคน เฝ้าป้องกันอยู่ด้านหลัง ถ้าหากมีคนหนี คนที่ขลาดกลัว ตายสถานเดียว!”
ตูม!
คำสั่งนี้ออกไป คนที่ตะลึงไม่หยุดคือทหารสุ่ยหัน และประชาชนชาวสุ่ยหันนับพันก็ตะลึงเช่นกัน
ทหารไปรบ แล้วประชาชนตรวจดูการสู้รบหรือ
นี่! นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน!
“ฝ่าบาท นี่มัน…”
แม่ทัพสุ่ยหันอยากจะพูด แต่กลับถูกเจียงหลียกมือให้หยุด
“มีจักรพรรดินีอย่างข้าร่วมสู้กับพวกเจ้า ข้ายังไม่กลัว แล้วพวกเจ้ากลัวอะไร”
คำพูดนี้ อุดปากทหารสุ่ยหันทุกคน แม่ทัพคนนั้นก็เก็บคำพูดที่อยากจะพูดกลับไป
เจียงหลีไม่มองพวกเขาแล้ว แต่มองไปยังประชาชนที่ยังคงที่ตกตะลึงอยู่เหล่านั้น พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งที่สุด “ปกป้องประเทศชาติบ้านเมือง เดิมเป็นเรื่องของทหาร แต่ว่าทหารสุ่ยหันขี้ขลาดเกินไป พวกเขาแบกรับหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองไม่ไหว ดังนั้น ทำได้พียงให้พวกเจ้าเข้ามาตรวจดูการสู้รบด้วยตัวเอง ถ้าหากพวกเขาตายในสนามรบหมด…”
นางหยุดพูด ดวงตาที่แวววาวค่อยๆ มองไปยังทหารสุ่ยหันและประชาชนสุ่ยหันทุกคน “…เช่นนั้น บ้านเมืองก็ต้องอาศัยตัวเองปกป้องเองแล้ว พวกเจ้าคือประช