แสงอาทิตย์ค่อยๆ จางหายไป และความเย็นเยือกจากดวงจันทร์ค่อยๆ ลอยสูงขึ้น ทิวทัศน์บนเขาฝูถูซานยังคงงดงามเหมือนเดิม และลู่เจี้ยยังคงนั่งพิงอยู่หน้าหินก้อนนั้น ขณะที่เจียงหลีนั่งอยู่ข้างๆ และพิงไหล่ของเขาอยู่ แล้วถูกนางประชิดอ้อมอก
“หลีเอ๋อร์ หนาวหรือไม่” ลู่เจี้ยกอดแขนแน่น
“หนาว” เจียงหลีหมุดเข้าไปในอ้อมแขนของเขาอย่างร่วมมือ
ลมโบกพัดโชยกลีบดอกตู้เจวียนลอยไปมาข้างๆ พวกเขาทั้งสอง แต่มิได้กระจัดกระจายไปทั่ว
“ลู่เจี้ย เจ้าเชื่อว่าชาติหน้ามีจริงหรือไม่” เจียงหลีถามเสียงแผ่วเบา
“ข้าเชื่อ” ลู่เจี้ยตอบอย่างเด็ดขาด
หากชาติหน้ามีจริง เขาจะกลับมาพบกับนางอีกครั้งอย่างไร เขาจะใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบและอยู่เป็นเพื่อนนางจนแก่เฒ่าอย่างไร
“ข้าก็เชื่อเช่นกัน” เจียงหลียิ้ม “ลู่เจี้ย ข้าจะรอเจ้า รอเจ้ามาหาข้า ชาติหน้าเจ้าก็ต้องสง่างามเช่นนี้ ห้ามน่าเกลียดกลับมาเด็ดขาด”
ลู่เจี้ยยิ้มและตอบด้วยความหลงรักแบบไม่ลืมหูลืมตา “ได้”
ทันใดนั้น หญิงสาวก็ถอดเสื้อของเขาและก้มหน้าต่อหน้าเขา
ความเจ็บปวดจากกระดูกไหปลาร้าทำให้ลู่เจี้ยขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ผลักนางออกไป
ริมฝีปากสัมผัสกับผิวหนังเย็นเยือกและเห็นรอยแตกชัดเจนมากยิ่งขึ้น เจียงหลีใช้กำลังจากฟันล่างมากไป และมีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลเล็กน้อย ซึ่งแม้แต่เลือดยังเย็นเยือกไปด้วย
น้ำตารินไหลออกมาจากมุมตาของเจียงหลี และนางไดกัดลึกลงไปที่กระดูกไหปลาร้าของเขา