วิญญาณของตน มุ่งตรงเข้าหาศีรษะของเงาร่างแห่งวิชาเทพ ทันทีที่เห็นดังนั้น เงาร่างนั้นก็พลันแปรเปลี่ยนวิถีทำมุทราอย่างฉับไว
“ดัง!”
ในพริบตา เสียงระฆังอันแผ่วกังวานก็ดังขึ้นอีกครั้ง มองไม่เห็นลักษณะ มิมีแสงสีของวิชาเทพ ทว่าเสียงนั้นกลับสะท้านไปทั่วสากลจักรวาล ขัดขวางห่วงทองคำที่ตกลงจากฟากฟ้า
ระฆังฟ้าคำราม!
ห่วงทองคำถูกต้านไว้ กว่างหมิงกลับมิได้ตระหนก หากแต่ยิ่งแย้มยิ้ม ยกมือปรบพร้อมหัวเราะเบาๆ
“โหย่วคือระฆังแห่งอาราม ทองโหย่วยังประจำในตำแหน่งทิศประจิม อุบาสกสามารถบ่มเพาะวิชาเทพประจำตนข้อนี้ได้ ย่อมแสดงว่าอุบาสกกับทิศประจิมเรามีวาสนาต่อกัน!”
เงาร่างแห่งวิชาเทพยังคงเงียบงัน ไร้ถ้อยคำตอบ
ขณะเดียวกัน ณ ภายในเขตประตูภูผาของลัทธิหมื่นพิษลวี่หยางยังคงกัดฟันต้านทานการรุกรานแห่งสำนึกจากฟ้าดิน ดูท่าอีกฝ่ายได้เปลี่ยนแนวทางไปแล้ว…
‘นี่มันคิดจะขัดเกลาให้ข้าตายจริงหรือ?’
‘ใช้เงาร่างแห่งวิชาเทพถ่วงกว่างหมิงไว้ ดึงดูดสายตาของเขา เพื่อแย่งช่วงเวลาในการหลอมกลืนข้าอย่างสิ้นเชิง…แต่ไม่ถูก เหตุใดต้องหลอมกลืนข้าด้วยเล่า?’
หากเพียงต้องการเซียนวิญญาณที่ควบคุมได้
แค่โยนจิตวิญญาณของข้าออกไป ยึดครองร่างกายก็เป็นพอ ไม่ง่ายกว่าหรือ?
แต่จากท่าทีของฟ้าดินนับแต่ต้นจนบัดนี้ กลับชัดเจนว่าสิ่งที่มันต้องการคือการยึดครองทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของเขาไปพร้อมกัน หาใช่เพียงร่างแห่งเซียนวิญญาณอย่างเดียวไม่
หรือว่า…
ในฉับพลัน แ