ววตาของลวี่หยางก็ฉายเงาแห่งความคลางแคลง‘คัมภีร์ร้อยชาติ ถูกเปิดโปงแล้วหรือ?’
‘ไม่ใช่! นี่เรากำลังหลอกตัวเอง!’
‘ความทรงจำของผู้บรรลุขั้นวางรากฐานนั้นยากจะอ่านถึง ยกเว้นก็เพียง คัมภีร์ปะสานฟ้า ที่สามารถค้นวิญญาณของผู้บรรลุขั้นวางรากฐานได้…แต่นั่นก็แค่วิธีเดียวเท่านั้น’
และลวี่หยางก็ไม่ใช่คนที่หวั่นเกรงการฝึกคู่แบบวิถี!
ดังนั้น หากมีผู้ใดใช้คัมภีร์ปะสานฟ้าต่อต้านเขา ลวี่หยางก็ยังสามารถต้านทานกลับได้อย่างง่ายดาย
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่มีวันเชื่อว่า ฟ้าดิน จะสามารถอ่านความทรงจำของเขาผ่านร่างแห่งเซียนวิญญาณ และรับรู้ถึงการมีอยู่ของคัมภีร์ร้อยชาติได้ นั่นผิดหลักโดยสิ้นเชิง
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ หากฟ้าดินล่วงรู้ถึงคัมภีร์ร้อยชาติจริง แล้วไยจึงต้องอ้อมค้อมเช่นนี้? ไยต้องเสียเวลาแอบลอบลงมือ?
หากเป็นจริง…เหตุใดจึงไม่หลอมกลืนเขาทันทีในฉับเดียว?
ด้วยค่าของคัมภีร์ร้อยชาติ ย่อมคู่ควรแก่การเปิดเผยอย่างยิ่งใหญ่!
ด้วยเหตุนี้ ย่อมชัดเจนว่า ฟ้าดินย่อมไม่รู้อะไรเลยแน่แท้!
อย่างมากที่สุด…ก็เพียงรู้สึกแปลกประหลาดใจ
ท้ายที่สุดแล้ว เขาผู้นี้ในฐานะเซียนวิญญาณปรากฏกายขึ้นโดยไร้เหตุผล ทั้งยังไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการอุ้มชูจากฟ้าดินอีกต่างหาก สามารถออกแสวงหาฟ้าศักดิ์สิทธิ์พิภพลี้ลับได้ด้วยตนเอง ย่อมผิดธรรมดาอย่างถึงที่สุด
‘ไม่สู้จะกล่าวว่า สิ่งที่มันพยายามหลอมกลืนข้า…ก็เพื่อค้นหาความลับของข้า!’
ตูม!
เสียงระเบิดสน