้วยเศษเสี้ยวจิตแท้ของเหล่าเจินเหรินแห่งลัทธิหมื่นพิษ ใช้เป็นตัวเชื่อมผูกเพื่อรับวิญญาณกลับคืนในยามวิกฤต…
ตามเหตุที่ควร แม้หลงอู๋เจินเหรินกับฮุ้ยกูเจินเหรินจะม้วยมรณานอกถิ่น แต่ด้วยการชักนำของกู่แห่งชีวิต อย่างน้อยย่อมควรรักษาเสี้ยวชีพไว้ได้ หวนคืนเกิดใหม่ในภายหน้า รอเพียงร้อยปีแปดสิบปีก็อาจกลับคืนสู่ตำแหน่งวางรากฐานได้อีกครา ทว่าบัดนี้ วิญญาณกลับไม่หลงเหลือแม้สักเสี้ยวเดียว
วิธีสังหารอันเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้…
หากมิใช่นิกายกระบี่ เกรงว่าก็มีเพียงอีกสามฝ่ายใหญ่ที่ทัดเทียมกันเท่านั้น ครั้นคิดถึงตรงนี้ สีหน้าของเหล่าผู้อาวุโสแห่งลัทธิหมื่นพิษก็ยิ่งแปรเปลี่ยน
“ช่างเถิด…พวกที่เราแตะต้องมิได้ ยังจะหลบเลี่ยงไม่ได้อีกหรือ?”
“ถึงนิกายกระบี่จะมีเจินเหรินฝีมือร้ายกาจ แต่ก็หาใช่ยอดกระบี่ใหญ่อันแท้จริงไม่ พวกเราทั้งหลายยังมีเจ้าลัทธินั่งเป็นหลัก ย่อมไม่กล้าริอาจบุกเข้ามาสร้างปัญหาให้เราอย่างเปิดเผยหรอก”
“จำต้องอดกลั้นสักระยะ…”
“เมื่อกู่หมื่นมหันตภัยหลอมสำเร็จโดยสมบูรณ์ วิชาเทพของเจ้าลัทธิบรรลุถึงขอบเขต กลุ่มพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องดูสีหน้าของนิกายกระบี่อีกต่อไปแล้ว!”
ผู้เฒ่าผู้หนึ่งยังกล่าวปลอบใจ หวังผ่อนคลายความอัดอั้นคับข้องในใจของทุกผู้ ทว่าในขณะนั้นเอง เขากลับรู้สึกบางสิ่งในอก จึงเงยหน้ามองไปยังทิศทางนอกประตูลัทธิ
จากเบื้องไกล เสียงกระบี่หนึ่งพลันกึกก้องแทรกฟ้า!
“เช้ง–เช้ง!”
เสียงกระบี่ดังกระหึ่