งการแสวงหาตะเกียงดับแสงแล้วไร้ผล หากโง่เพียงครึ่งเดียวก็คงดูออกว่าย่อมต้องมีบางสิ่งผิดปกติ ตัวข้า…หรือจะยอมทู่ซี้อยู่แต่ในเส้นทางนี้เป็นพันปี?”
กล่าวจบ ลวี่หยางก็แผ่คลื่นพลังออกโดยมิให้ทันตั้งตัว
เจ้าแห่งศาสตรา… หว่านจินกง… เหมันต์เร้นลับ…วิชาเทพทั้งสามสายฉายแสงเจิดจ้าอยู่ตรงหน้า ทำให้ดวงตาของหงจวี่เบิกกว้างราวกับถูกคมเข็มทิ่มแทง!
“วิชาเทพทั้งสาม… ที่แท้ผู้ฝึกปรือในต่างแดนเมื่อครานั้นก็คือท่าน!”
ลวี่หยางยอมรับโดยไม่ลังเลว่า “หากมิใช่ข้าลงมือวางหมากในโพ้นทะเล ชักนำให้สวรรค์แห่งความมิมีอุบัติขึ้น แล้วเหตุใดเล่าจึงจะเกิดวาสนาอันล้ำค่าให้เหล่าเจินจวินทั้งปวงจำต้องเร้นกาย?”
คำกล่าวนี้ดังขึ้น ทำให้หงจวี่ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
แต่พอขบคิดดูให้ถี่ถ้วนกลับพลันรู้สึกว่า… มันก็ไม่ผิดแต่อย่างใด!
การที่สวรรค์แห่งความมิมีปรากฏขึ้นมานั้น ลวี่หยางก็มีบทบาทไม่น้อย ในตอนแรกเองก็เป็นเขาเสนอให้ไปยังถ้ำสวรรค์แสงสมบัติฉางเหยาใช่หรือไม่?
แล้วถ้ำสวรรค์แสงสมบัติฉางเหยาเป็นเขตแดนของผู้ใดเล่า?
ของท่านหงยวิ๋นน่ะสิ!
ชั่วพริบตานั้น หงจวี่ก็พลันตระหนักรู้ราวถูกฟ้าผ่า: กระจ่างแล้ว! ตรรกะทุกอย่างล้วนเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์! หรือแท้จริงสวรรค์แห่งความมิมีนั่นเองจึงคือกลศึกอันลึกซึ้งที่ท่านหงยวิ๋นลงมือวางไว้ในอดีตกาล!
เมื่อคิดถึงจุดนี้ หงจวี่ก็รู้สึกราวกับถูกน้ำหวานแห่งธรรมราดรดลงกลางกระหม่อม (ฉุดกระชากมายาคติให้กระจ่