เมื่อเห็นหยานเสวี่ย เมิ่งน้อยก็แสดงออกมาอย่างออดอ้อนอีกครั้ง มันกระโดดไต่ไปบนแขนของหยานเสวี่ย กอดจะไปซุกไออุ่นที่หน้าอกพลางถูไถไปมาอย่างออเซาะ
“คิ๊กคิ๊ก”
หยานเสวี่ยเมื่อเห็นก็หัวเราะออกมาอย่างไม่หยุด
ทั้งสองไม่ได้พูดคุยกันมานานนับปี เป็นธรรมดาที่สองแม่ลูกต้องคิดถึงซึ่งกันและกัน
ยิ่งไปกว่านั้นแม้จะบอกว่าเก็บตัว แต่ว่าเมิ่งน้อยก็เก็บตัวบ่มเพาะในโลกใบเล็กของหยานเสวี่ย
บอกได้ว่าแก่นวิญญาณที่เมิ่งน้อยได้มาตลอดทั้งปี รวมถึงแก่นหุ่นเชิดที่พึ่งได้จากเฉินเฉียงนั้น บอกได้เลยว่ามันมากพอที่จะทำให้เมิ่งน้อยกลายเป็นราชันย์สัตว์ประหลาดขั้นกลางได้เลยด้วยซ้ำ
หากให้ว่ากันตรงๆ เฉินเฉียงนั้นไม่เคยเห็นอัตราการดูดซับพลังฟ้าดินอันสุดแสนจะน่าสะพรึงแบบเมิ่งน้อยนี้จากเผ่าพันธุ์ไหนมาก่อนสักผู้สักคนเดียว
หลังจากเห็นฉากหยอกล้อไปมาจนหนำใจ เฉินเฉียงในที่สุดก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม “ในตอนนี้ ผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตในป่าใต้ดินได้หมดสิ้นไปแล้ว ต่อไป จะเป็นการกวาดล้างเหล่าสิ่งมีชีวิตไม่ทราบที่มาในป่าใต้ดินแห่งนี้”
เมื่อพูดจบ เฉินเฉียงได้ส่งข่าวไปหาตงติ๋น จางหยวนและคนอื่นๆ