“ในเมื่อพวกเจ้ายากที่จะได้ออกไป แล้วการที่อยู่แต่ในนี้ไม่ได้ดีกว่าหรอกรึ”
“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ใช่ซะทีเดียวหรอกครับ” หลิวเสี่ยวหลันส่ายหัวไปมาในทันที “ข้าเองได้ยินมาว่าคนจากหอปรุงยานั่นวุ่นวายอย่างมาก ข้าได้ยินมาว่าพวกเขากำลังพัฒนาอะไรบางอย่างท ที่เรียกว่าไวรัสนะ”
“ไวรัสรึ” เฉินเฉียเมื่อได้ยินก็ถึงกับใจเต้นในทันที “ทำไมแผนกปรุงยาไม่มุ่งเน้าการปรุงยาแล้วต้องไปสนใจทำไวรัสอะไรนั่นด้วยล่ะ”
“ศิษย์ผู้นี้เองก็ไม่อาจรู้ได้ และสิ่งที่ข้าได้ยินมานี้ก็เป็นเพียงเรื่องราวที่ผ่านเข้าหูมาเมื่อสองวันก่อนเพียงเท่านั้น”
“ท่านผอ. พวกเรามาถึงกันแล้ว ด้วยสถานะอันต่ำต้อยของศิษย์นั้นไม่อาจร่วมทางกับท่านไปได้มากกว่านี้แล้ว”
เมื่อพูดจบ หลิวเสี่ยวหลันก็ได้ผายมือไปที่ตึกหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปร้อยกว่าเมตรเห็นจะได้ ด้วยท่าทางที่แสดงออกอย่างเสียดายอย่างจับใจ
เฉินเฉียงก็พยักหน้ารับและเดินตรงไปที่ตึกดังกล่าว
ตึกนี้มีสีขาวน้ำนมโอ่อ่ามีพื้นที่ครอบคลุมประมาณหนึ่งตารางกิโลเมตร แต่มีพื้นที่ตึกเพียงยี่สิบเมตรเห็นจะได้
ในทันทีที่เฉินเฉียงได้ปรากฏ ชายวัยกลางคนที่ดูเคร่งขรึมก็ได้เดินออกมาจากข้างในตึก