ด้วยการที่ของเขตเจตจำนงของเขานั้นไม่ได้ช่วยให้เขายึดติดอยู่กับที่และต้องการค่าพลังจิตของเขาในการคงสภาพของมันเอาไว้ ถึงแม้เฉินเฉียงจะพยายามระวังหน่วงเวลาไปให้ได้นานที่ส สุด แต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาเชื่อว่าตงติ๋นผู้นี้จะสูญสิ้นสติไปอย่างสมบูรณ์
แต่ในความจริงแล้ว ตงติ๋นนั้นได้กลับมีสติสัมปชัญญะโดยสมบูรณ์แล้ว
เพียงแต่ในตอนที่เขาเห็นเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์ของผอ.จ้งแล้ว เขาก็บังเกิดความรู้สึกราวกับเห็นศัตรูคู่อาฆาตนับจากชาติปางก่อน นี่จึงทำให้เขานั้นถาโถมความโกรธแค้นทั้งหมดไปล ลงที่เฉินเฉียงหมายจะสังหารทิ้งเสียให้ได้
“ไอ้แซ่จ้ง ไอ้เลวชาติหมารับใช้วิหารศักดิ์สิทธิ์”
“อย่าคิดว่าข้าผู้นี้ไม่กล้าทำอะไรเจ้าเพียงเพราะเจ้านั้นเป็นผอ.สำนักนะโว้ย”
“หากไม่ใช่เพราะข้ากลัวว่าไอ้พวกวิหารศักดิ์สิทธิ์จะเล่นงานครอบครัวของข้า ข้านั้นจะบั่นหัวของแกทิ้งเสียนานแล้วด้วยซ้ำ”
“ตัวข้านั้นอุตส่าห์สะกดข่มอดกลั้นความโกรธแค้นที่มีต่อแกมาโดยตลอด ทำแม้แต่สวดภาวนาให้แกนั้นพบเจอแต่ความสุขจะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับข้า”
“แต่ไอ้พวกชั่วร้ายอย่างแกก็ยังไปทำลายเมืองหยานกั๋นของข้าอีก”