อีกฟากฝั่งหนึ่ง เหลิ่งเซิ่งได้หัวเราะร่าแล้วพูดออกมา “หลิวเสี่ยวฟานเอ๋ยหลิวเสี่ยวฟาน ข้าไม่คิดเลยจริงๆว่าคนอย่างแกจะมีวันเช่นนี้ได้ ไม่ใช่ว่าแกคุยโวบอกว่าอยากจะฉีกกระชากร่างของข้าไม่ใช่รึไงกัน ห้ะ”
“แล้วทำไมเจ้าต้องตัวสั่นงันงกเช่นนั้นกัน”
“ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตเช่นข้า แต่ดูเหมือนเจ้าจะลืมไปแล้วสินะว่าเติ้งเหวินไคในตอนนี้เป็นเพียงหุ่นเชิดซากศพของข้าเพียงเท่านั้น”
“ทั้งความคิดและการกระทำของมันล้วนแต่ขึ้นอยู่กับข้าผู้นี้เป็นผู้ตัดสินใจ”
“ต่อให้พ่อบังเกิดเกล้าของมันมายืนอยู่ตรงหน้า หากข้าสั่งมันมันยังฆ่าพ่อของมันได้อย่างไม่ไยดี”
และด้วยคำพูดนี้ก็ราวกับทำให้หลิวเสี่ยวฟานพึ่งจะนึกขึ้นมาได้ในเรื่องนี้
แต่ในตอนนี้ เมื่อสัตว์ปีศาจของเขาถูกรัดพันแน่นไว้อย่างนี้ ต่อให้เขาอยากจะหนีก็สายเกินไปแล้ว
เป็นตอนนี้ที่ค้างคาวปีศาจของเหลินเซิ่งที่หลบลี้หนีไปก่อนหน้านั้น ได้โจนทะยานจากกลางอากาศ พร้อมอ้าปากกว้างเผยให้เห็นคมเขี้ยวที่เต็มปากของมัน พลางกัดเข้าไปที่หลิวเสี่ยวฟานอย่างโหดร้าย
“อ๊ากกกกกก”