เซียงจะตกตายที่นี่ด้วยเหมือนกัน”
“ไม่น่าใช่” ผอ.ฉีส่ายหัวไปมาพลางปฏิเสธความคิดของเฉินเฉียง
“ดูจากกองเถ้าที่หลงเหลือ อย่างมากก็เป็นเพียงของคนคนเดียวเท่านั้น”
“นี่หมายความว่าหลี่เฟิงตกตายที่นี่คนเดียว”
“แต่ก็อย่างที่ข้าเคยพูดไว้ว่าทั้งหลี่เฟิงและจ้าวเจียไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะฆ่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตได้ ถึงแม้คนคนนั้นจะเป็นเพียงนักรบขั้นกลางก็ตาม”
“และดูจากสภาพของขี้เถ้าแล้ว ผู้ที่ฆ่าหลี่เฟิงนั้นสมควรจะเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางแห่งไฟ”
“แต่หลี่เฟิงและจ้าวเจียนั้นต่างก็เป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางแห่งไม้ ดังนั้นย่อมไม่ใช่หลิวเซียงและจ้าวเจีย”
“และด้วยการที่พวกเรายังไม่พบร่องรอยของทั้งสองคน ข้าเชื่อว่าพวกเขาเองก็น่าจะตายแล้วเช่นกัน”
“นั่นมันก็แค่การพูดเองเออเองของพวกแกนั่นแหละวะ”
หลี่ฉิงชี้หน้าผอ.ฉีแล้วพูดออกมาอย่างแค้นเคือง
“ไอ้เด็กเวร แกกล้าทำตัวกับผอ.ของข้าด้วยท่าทางแบบนี้งั้นรึ คิดจะรนหาที่ตายสินะ”
เมื่อเห็นฉากนี้ หลิวฉิงหยุนที่ยืนอยู่ข้างๆได้ยื่นมือเข้าไปหาหลี่ฉิงในทันที
ยังดีที่เฉิงยี่และเจิ้งฮูเชิงเข้ามาห้ามหลิวฉิงหยุนได้ทัน ไม่อย่างนั้นต่อให้หลี่ฉิงไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส
ถึงแม้หลี่ฉิงจะเป็นผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต แต่ยังไงซะหลิวฉิงหยุนก็ยังเป็นราชา
ต่อให้เขาไม่อาจทำอะไรหุ่นเชิดโลหิตได้จนไม่กล้าแม้แต่เข้าใกล้ แต่ด้วยระดับการบ่มเพาะที่ห่างช่วงชั้นกันอย่างกว้างขวางนี้