พันธุ์ก็ต้องการที่จะเข้าร่วมทั้งนั้น”
“หึหึหึ” เฉินเฉียงหัวเราะปะนึ่งจะเยาะเย้ย “ผู้น้อยเองเข้าใจความทรงพลังของฮุยตู๋เป็นอย่างดี และไม่ได้มีข้ากังขาในความทรงพลังของพวกท่านแต่อย่างใด”
“เพียงแต่แนวคิดของพวกท่านกับตัวข้านั้นแตกต่างออกไป ทำให้ผู้น้อยไม่อาจจะทนอยู่ได้เพียงเท่านั้น”
“พ่อของข้า เฉินเทียนเว่ยเองก็เป็นคนของฮุยตู๋ และก็ได้ตกตายในการสืบค้นเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์หายนะ”
“แต่ฮุยตู๋นั้นกลับทำเพียงสืบทอดกฎที่ล้าหลังบรรพกาล ไม่แม้แต่หาความจริงในการตายของพ่อข้า”
“แล้วจะมีความทรงพลังไปทำซากอะไรกัน”
“ทั้งๆที่รู้ว่าศัตรูอยู่ที่ได้ แต่ไม่คิดแก้แค้น ไม่คิดทวงคืนแทนพวกพ้องของตน ทั้งๆที่พ่อของข้ายังไม่ได้ทำอะไรผิดจากแนวคิดของฮุยตู๋อะไรเลยเนี่ยนะ”
“นี่จึงทำให้ผู้น้อยคนนี้นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆว่ากองกำลังนี้คงอยู่ไว้เพื่อสิ่งใด ไหนจะเรื่องศัตรูภายนอกนั่นอีก”
“หากทุกชีวิตบนโลกนี้สาบสูญจนหมดสิ้น แล้วไอ้การปกป้องโลกใบนี้ไว้จะทำต่อไปเพื่อสิ่งใด”
น้ำเสียงของเฉินเฉียงนั้นหนักอึ้งและประชดประชันอย่างที่สุด อย่างไรก็ตาม หยางตู๋และผู้อาวุโสคนอื่นๆนั้นไม่มีใครคิดตอบหรือพูดตอบโต้คำพูดของเฉินเฉียงเ