พรรดินั้นเขารู้สึกได้ว่ามีใครบางคนคอยจับตาอยู่จริงๆ และดูเหมือนว่าจะเป็นผู้อาวุโสลำดับที่สองและสามที่ว่านี่เอง
“เฉินเฉียง พวกเรานั้นต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ แล้วเจ้านั้นคิดจะปล่อยให้ไอ้ตัวพันธุ์นี้มาทำลายบ้านของเจ้างั้นรึ”
“เหตุผลที่ข้าชวนเจ้าอย่างไม่ขาดปากเพื่อให้เจ้าเข้าร่วมกับฮุยตู๋นั้น ส่วนหนึ่งเองก็เป็นเพราะเหตุนี้ และหมายมั่นปั้นมืออยากจะให้เจ้าปกป้องโลกใบนี้ด้วยกันไปกับพวกเรา”
คำพูดของฮูเตี๋ยนนี้เต็มไปด้วยความองอาจและห้าวหาญจนทำให้จางหยวนและคนอื่นๆเองต้องมองไปยังเฉินเฉียงอีกครั้ง
แต่เฉินเฉียงกลับหัวเราะออกมาเบาๆแล้วพูดออกมา “ต่อให้มีภัยอันตรายจากไอ้ตัวพันธุ์นี้จริง แล้วจะให้ข้าทำอะไรกับมันกันล่ะ”
“ทั้งๆที่ตอนนี้สัตว์หายนะได้สร้างความปั่นป่วนไปทั่ว ต่อให้ไอ้ตัวพันธุ์นี้ไม่ออกมา ข้าก็เชื่อว่าอีกไม่นานมนุษย์และสัตว์ประหลาดต้องสาบสูญสิ้นอยู่แล้ว”
“หากข้าเฉินเฉียงผู้นี้ไม่ได้ล้างแค้นให้พ่อของข้า ข้าเองก็คงจะไม่ได้มีอารมณ์ไปใส่ใจกับความทุกข์ร้อนของคนอื่นแต่อย่างใด”
ความคิดของเฉินเฉียงนั้นง่ายดายอย่างที่สุด ระหว่างความแค้นของผู้เป็นพ่อ กับการปกป้องเผ่าพันธุ์ เขาย่อมเลือกอย่างแรก
ก