กว่าเขาต้องพาพวกพ้องของตนไปด้วยตลอดเวลา ย่อมมีสักวันที่ต้องโชคร้าย จะดีกว่าหากพวกเขาได้พบที่พักพิงได้สักที
และด้วยคำพูดของฮูเตี๋ยนนี้เองทำให้เฉินเฉียงเลิกเป็นกังวลได้ในที่สุด
“ต้องขอบคุณผู้อาวุโสสูงสุดที่เอ็นดูเหล่าผู้น้อยและคิดชุบเลี้ยง ข้า เฉินเฉียงจะไม่มีทางหลงลืมบุญคุณในครั้งนี้”
เฉินเฉียงก้มตัวลงต่ำแล้วพูดออกมาอย่างจริงจัง “ผู้อาวุโส พี่ชายของข้าเหล่านี้ติดตามข้ามาโดยตลอด พวกเขาผ่านความยากลำบากมานานัปการ เมื่อได้ผู้อาวุโสคอยอุปถัมภ์ค้ำชูพวกเขา ผู้น้อยย่อมยินดียิ่ง”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เฉินเฉียง ไม่ต้องเกรงใจไป นับจากนี้เจ้าเองก็เป็นคนของพวกเราแล้ว คนของเจ้าก็ย่อมเป็นคนของพวกเรา”
ฮูเตี๋ยนเองที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็อารมณ์ดีขึ้นมา เขาได้เดินไปและทำท่าจะตบบ่าของเฉินเฉียงและเตรียมที่จะกล่าวต่อ
แต่เฉินเฉียงนั้นกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันควัน และก้าวออกข้างในทันที นี่ทำให้ฮูเตี๋ยนต้องนิ่งอึ้งไป ก่อนที่จะได้ยินคำพูดของเฉินเฉียง
“ผู้อาวุโสเข้าใจผิดแล้ว ผู้น้อยไม่มีความคิดจะเข้าร่วมฮุยตู๋แต่อย่างใด”
“ห้ะ” จางหยวนและคนอื่นประหลาดใจจนอุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน “กัปตัน ในเมื่อท่านไม่เข้าร่วมแล้วพวกเราจะเข้าไปทำซากอะไรกัน”
“กองกำลังของเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วเจ้าคิดจะแยกเพื่อ…?”
“ใช่แล้วกัปตัน ข้า หลิวไฮ่แม้จะเปรียบได้ดั่งเฒ่าทารกที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราว แต่ข้าก็ยังเข้าใจคำว่าจิตวิญญาณแห่งความภักด