เว่ยหยวนตี้ยิ่งเสียกว่าเฉินเทียนเว่ยที่แค้นในตัวเว่ยหยวนตี้เสียอีก
และนี่ทำให้เขาเข้าใจดีว่าทำไมสุดท้ายแล้ว เฉินเทียนเว่ยถึงไม่ยอมให้เว่ยหยวนตี้ตกไปได้ง่ายๆ
การปล่อยให้คนเช่นนี้ตกตายมันง่ายเกินไป มันยังไม่สาสมกับสิ่งที่มันได้ทำเอาไว้
ในตอนนี้ เฉินเฉียงจึงคิดที่จะใช้วิธีการเดียวกันกับเฉินเทียนเว่ยที่ไม่สมหวังเพราะตัวเขาไป
“อ้ากกกกกก”
หลังจากปะทะกันไปสิบกว่าครั้ง เฉินเฉียงก็ได้ตะโกนกู่ก้องสู่ท้องฟ้า
“เว่ยหยวนตี้ ในวันนั้น เป็นเพราะตัวข้ามันโง่งมเข้าไปยุ่งกับเรื่องของพ่อข้า จึงได้ทำให้เจ้ารอดพ้นมาได้ และนั่นทำให้ข้า เฉินเฉียงผู้นี้ต้องเศร้าเสียใจไปชั่วชีวิต”
“แต่ในวันนี้ ข้าจะคิดบัญชีแทนพ่อของข้า”
เมื่อพูดจบ เฉินเฉียงได้พุ่งเข้าใส่เว่ยหยวนตี้อีกครั้ง
เสียงคำรามลั่นนี้ได้เรียกสติของเว่ยฉิงเชินและหลินเฟิงออกมาในทันใด
คนที่ทำตัวเป็นเฉินเทียนเว่ยนั่นก็คือเฉินเฉียง
“พี่ใหญ่เฉินเฉียง หยุดนะ”
อย่างไรก็ตาม ต่อให้ทั้งสองอยู่ในระดับราชา แต่ทั้งเว่ยฉิงเชินและหลินเฟิงก็ไม่อาจเทียบเคียงกับความเร็วประดุจสายฟ้าฟาดของเฉินเฉียงไปได้
ตูม
เสียงระเบิดที่ดังสนั่นบังเกิดขึ้น โลกใบเล็กของเว่ยหยวนตี้ที่พึ่งจะฟื้นคืนได้เกิดรอยร้าวขึ้นมา
เมื่อเว่ยฉิงเชินวิ่งไปถึงตัวเว่ยหยวนตี้ ใบหน้าของเขาในตอนนี้ก็มีสีเหลืองราวกับกระดาษทองที่เผาไปให้วิญญาณบรรพบุรุษ ก่อนที่จะอ้วกเลือดออกมาคำใหญ่
“ท่านพ่อ เป็นยังไงบ้าง”
เว่ยฉิง