ม่ใช่สิ่งที่พลเรือนที่ไร้ทางสู้ควรจะมาข้องเกี่ยวด้วยแต่อย่างใด”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจิ้งเชิงแล้ว จางหยวนและคนอื่นๆของกองกำลังเทียนเว่ยก็ได้เข้าใจในที่สุดว่าทำไมเฉินเฉียงถึงบอกให้พวกเขาปกป้องทุกคนทั้งพลเรือนเหล่านี้หรือแม้แต่กองกำลังมนุษย์กลายพันธุ์เหล่านี้ด้วยก็ตาม
บอกตามตรงว่า หากพวกเขามาพบเจอกันในสถานการณ์ปกติ พวกเขาจะพุ่งตรงเข้าสังหารมนุษย์กลายพันธุ์เหล่านี้จนหมดสิ้นโดยไม่ถามเลยสักคำ
แต่ในเมื่อตอนนี้สัตว์หายนะได้ตกตายไป บรรยากาศที่คุกรุ่นระหว่างกองกำลังของสองเผ่าพันธุ์ก็ได้เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
ตั้งแต่ตอนที่ได้พบเจอกันแต่แรก เจิ้งเชิงและพวกก็ได้ลอบสังเกตจางหยวนและพวกแล้วและมั่นใจว่าพวกเขาคือกองกำลังเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย
แม้ตั้งแต่เริ่ม ทั้งสองฝั่งจะอยู่คนละฝักฝ่ายแต่ก็ยังนำกองกำลังของตนมาเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่
และในตอนนี้ ภัยคุกคามดังกล่าวได้ถูกกำจัด จึงเป็นธรรมดาที่ทั้งสองจะไม่ต้องการความร่วมมือเช่นนี้อีก
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังคงทำให้เจิ้งเชิงและพวกยังไม่คิดลงมือแต่อย่างใดนั้นนั่นก็เป็นเพราะว่าจางหยวนและพวก เรียกเฉินเฉียงว่ากัปตัน
สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่ว่ามองยังไง เฉินเฉียงนั้นเป็นมนุษย์กลายพันธุ์อยู่เห็นๆ
หากเทียบกับฝั่งเจิ้งเชิงที่ทำตัวประหม่าออกมาอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ฝั่งของจางหยวนและคนของกองกำลังเทียนเว่ยนั้นดูราวกับไม่ได้ใส่ใจอะไรเกี