่ยวกับเรื่องนี้เลยทีเดียว
“กัปตัน ในเมื่อพวกเราไม่มีอะไรต้องทำแล้ว ทำไมพวกเราไม่ไปส่งพลเรือนพวกนี้กลับอาณานิคมของพวกเขากันล่ะครับ”
เฉินเฉียงได้ยกมือขึ้นห้ามก่อนที่จะพูดออกมา “ไม่ต้องรีบน่า เจ้ารออยู่นี่ก่อน”
เมื่อพูดจบ เฉินเฉียงได้หันหลังไปและเดินไปยังพื้นที่หนึ่ง เขาเดินตรงไปจนถึงกองเนินดินเล็กๆแล้วพูดออกมาด้วยเสียงอันดังลั่น “เฮ้ย ออกมาได้แล้วน่า”
เมื่อได้ยินเฉินเฉียงพูดออกมาอย่างดังลั่น นี่ทำให้ทั้งกองกำลังเทียนเว่ยและกองกำลังของเจิ้งเชิงตื่นตัวจนรีบปล่อยกระแสจิตของตนออกไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพวกเขาจะตรวจสอบยังไงก็ตาม พวกเขาก็ไม่พบสิ่งใดอยู่ดี
ในขณะที่ทุกคนกำลังจะหันไปมองเฉินเฉียงอย่างสับสนนี้เอง เป็นตอนนี้ที่พวกเขาได้เห็นว่า เฉินเฉียงได้ยกเท้าของตนขึ้นมา แล้วกระทืบลงไปบนกองดินตรงหน้า
และนี่เองก็ทำให้ทุกคนได้เห็นร่างของค้างคาวเลือดพิษเพลิงที่มีขนาดตัวใหญ่ยักษ์ได้ยกร่างของมันขึ้นมา โดยใต้ร่างของมันนั้น มีค้างคาวตัวน้อยๆสองตัวที่มีระดับยังไม่ถึงขั้นนายพลด้วยซ้ำ
แม้เฉินเฉียงจะกระทืบออกไปอย่างรุนแรง แต่เขาก็ได้เล็งลงไปเฉพาะที่ร่างของค้างคาวพิษเพลิงที่อยู่ในระดับนายพลตนนี้เพียงตัวเดียว
แต่ในตอนที่ค้างคาวพิษเพลิงตัวใหญ่เริ่มเหยียดกายขึ้น มันก็ได้ปลดปล่อยกลินอายที่อันตรายอย่างมากออกมา
“กัปตัน ระวังตัวด้วย ค้างคาวพิษเพลิงนั่นมีพิษร้ายแรงนัก”
อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงทำตัวราวกับหูหนวกต่อคำเต