่กัน”
เว่ยฉิงเชินนั้นได้พูดออกมาอย่างอิจฉาเมื่อกล่าวถึงหยานเสวี่ย จางหยวนและพวกเองที่ได้เห็นใบหน้าของหยานเสวี่ยมาแล้วก็รับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าทั้งสองต่างก็เป็นสาวงามทั้งคู่ พวกเขาจึงได้ส่งสายตาไปยังเฉินเฉียงด้วยท่าทีแปลกพิกล
คงไม่ใช่ว่ากัปตันจะตั้งเป้าในการเพิ่มจำนวนเผ่าพันธุ์หรอกนะ
“ฉิงเชิน เจ้าก็ควรจะรู้นะว่าข้าไม่ได้คิดเยี่ยงนั้น”
“ในครั้งนี้ ข้าเองก็พึ่งจะกลับจากเกาะเทียนลี่มา และยื่นคำขาดไม่ให้หยานเสวี่ยนั้นตามข้ามาอีกนับจากนี้ไปในอนาคต”
“ถ้าอย่างนั้น หลังจากพวกเราแต่งงานกันวันพรุ่งนี้ พวกเราก็กลับไปยังตึกจอมพลภาคกลางกันได้แล้วสิ”
“ยิ่งไปกว่านั้นคือ ผู้อาวุโสสูงสุดหลิวฉิงนั้นได้บอกเอาไว้ว่าหลังจากพวกเราได้ร่วมหอกันแล้วและผลกระทบที่ท่านได้รับจากการเผาผลาญแก่นสายเลือดหายไปจนหมดสิ้น ท่านเองก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการบ่มเพาะอีก ไม่สิ แม้แต่การทะลวงขั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอีกเลยแม้แต่น้อย”
“ไม่ ฉิงเชิน ข้านั้นกลับไปกับเจ้าที่นั่นไม่ได้”
เฉินเฉียงในตอนนี้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่อยากจะเอ่ย “เว่ยหยวนตี้กับข้านั้นยังคงมีหนี้เลือดกันอยู่ หากข้าไปเห็นเขาอีกครั้งโดยทุกอย่างยังไม่กระจ่าง ข้าเกรงว่าข้าจะยั้งใจให้ฆ่าพ่อของเจ้าไม่อยู่อีกต่อไป ไม่พ่อของเจ้าก็เป็นข้าที่ต้องตายไปกันข้างหนึ่ง”
เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว ใบหน้าของเว่ยฉิงเชินได้ซีดเผือด หลังจากนิ่งเงียบไปเล็กน้อย เธอก็ได้พูดออกมาด้วยปากที่สั่นเคร