กเขาเองก็คงจะไม่เชื่อเฉินเฉียงเหมือนกัน
และหากเป็นอย่างนั้นจริงล่ะก็ การที่ฉิงเชินนั้นมาที่นี่ในวันนี้ก็เป็นเพียงการใช้การแต่งงานของตนกับเฉินเฉียงในการลบล้างความแค้นในใจไม่ใช่เหรอ
นี่เธอไม่รู้รึไงว่าใครก็ตามที่ยอมรับข้อเสนอนี้ล้วนแล้วต่อจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ในภาคหน้าทั้งนั้นไม่ใช่รึไง
“ดีแล้ว น้องเฉินเฉียง” หลิวเว่ยพูดออกมาในฐานะผู้ที่อาวุโสกว่าแล้ว เขาทำเพียงมองตามหลังเว่ยฉิงเชินที่วิ่งออกไปพลางถอดถอนลมหายใจออกมา “เฮ้ออออ เป็นเพราะข้าไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเจ้าสองคน ก็ตาม แต่ข้าเองก็คิดว่าเจ้าก็อย่าให้ความแค้นของคนรุ่นก่อนมาส่งผลกับเจ้าและคุณหนูฉิงเชินได้ก็ดีนะ”
“สิ่งที่เจ้าพูดไปก่อนหน้านี้เองมันก็ดูไม่ยุติธรรมกับนางเช่นกัน”
“เจ้าไม่คิดบ้างเหรอว่านางต้องรู้สึกยังไงที่ติดอยู่ระหว่างความเกลียดชังของเจ้าและพ่อของนางน่ะ”
“ใช้แล้ว กัปตัน ตอนนี้คุณหนูฉิงเชินเองก็พึ่งจะออกไปไม่นาน ข้าว่าท่านไปตามนางกลับมาจะดีกว่านา”
“หญิงสาวดีๆอย่างคุณหนูผู้นี้หาได้ยากยิ่งนา ท่านคิดว่าจะทำใจปล่อยนางไปได้รึอย่างไร”
ในตอนที่เห็นเว่ยฉิงเชินออกไปจากห้องนั้น เฉินเฉียงเองก็รู้สึกได้ราวกับได้สูญเสียสมบัติมีค่าออกไปอย่างไม่มีวันหวนคืนได้อีก
เขาควรจะตามไปตามคำแนะนำของเจิ้งยี่รึเปล่า
ไม่ใช่ว่าเขานั้นไม่เข้าใจความรู้สึกของนางและการกระทำของนางในวันนี้
แต่เพราะเข้าใจดีจึงทำให้เขาคิดว่าไม่ตามไปจะดีก