ว่า
มันอาจจะดีกว่า หากว่าเขาและเธอนั้นต่างก็สงบใจลงก่อนที่จะได้พูดคุยกันจริงๆ
แต่ที่แน่ๆก็คือ เขานั้นไม่อาจจะปล่อยวางการตายของเฉินเทียนเว่ยไปได้
และเว่ยฉิงเชินเองก็คงไม่อาจอยู่ร่วมกับคนที่ต้องการฆ่าพ่อของเธอโดยไม่แยแสสิ่งใดในโลกเฉกเช่นคนอย่างเขา
เฉินเฉียงได้นวดขมับของตน ก่อนที่จะนั่งลง
“จางหยวน มีไวน์รึเปล่า”
“ปึ้ก ปึ้ก ปึ้ก….”
ไวน์หกไหได้ถูกวางกระแทกกับพื้นโต๊ะในทันที เฉินเฉียงได้หยิบมาไหหนึ่ง ก่อนที่จะเปิดฝามันออกและยกมันดื่มโดยไม่พูดจา
เมื่อเห็นฉากนี้ จางหยวนก็ได้ใช้มือไล่คนอื่นๆออกไปจากห้อง
ด้วยเวลาเช่นนี้ จะดีกว่าหากปล่อยให้เฉินเฉียงใช้เวลากับตนเอง ไม่ว่าจะบังคับหรือพูดอะไรไปตอนนี้ จางหยวนรู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด โดยเฉพาะที่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพ่อและชีวิตคู่ของตน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาต้องคิดให้ออกด้วยตนเอง
ในห้องที่ไร้ผู้คนนอกจากตัวเอง ดวงตาของเฉินเฉียงจับจ้องไปยังแสงสีแดงที่ตกแต่งไว้ในห้อง กับสีเขียวขี้ม้าของไหไวน์ พร้อมกับมือที่ยงคงไม่ห่างจากไหเหล้าและยกเทใส่ปากอย่างไม่ขาดห้วง
สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เกือบจะทำให้เขานั้นรู้สึกเหนื่อยหน่ายต่อการใช้ชีวิตแล้วจริงๆ
ด้วยความลับแห่งเขตแดนจักรพรรดินั่น ทำให้เขานั้นถูกไล่ล่าจากสามเผ่าพันธุ์ ไหนจะการเผาผลาญแก่นวิญญาณเพื่อช่วยเว่ยหยวนตี้ ไหนจะความสัมพันธ์ที่สับสนกับเว่ยฉิงเชิน ไหนจะการตายที่น่าฉงนของเฉินเทียนเว่ยอีก
ยิ่งเ