งว่ามันผู้นั้นมีปีกสีเงินที่เล็กกว่าเจ้าเล็กน้อย และระดับการบ่มเพาะของมันอยู่ในระดับกึ่งราชาเพียงเท่านั้น”
“ข้าเชื่อว่าด้วยเวลาที่ล่วงเลยมานานหลายปีนี้ มนุษย์กลายพันธุ์อาจจะไปถึงระดับราชาพลังพิเศษแล้วก็ได้ ใช่ไหมล่ะ”
“หลานชาย เอาอย่างนี้ดีกว่า ในเมื่อตัวเจ้ายังมีระดับการบ่มเพาะที่ต่ำต้อย เจ้าเองหากจะแก้แค้นก็สมควรจะอยู่ในระดับราชาให้ได้เป็นอย่างน้อยนะ”
“ข้าว่าเราค่อยพูดเรื่องนี้กันทีหลังหลังจากที่เจ้าบรรลุเข้าสู่ระดับราชาขุนพลได้ก่อนก็แล้วกัน”
เว่ยหยวนตี้หลังจากพูดออกมาเสร็จแล้วนั้น เขาก็ได้ถอดถอนลมหายใจออกมาอย่างมาก ทำให้ทุกคนนั้นต่างพากันคิดไปว่า เขานั้นเป็นพี่น้องอันดียิ่งกับเฉินเทียนเว่ยที่ถูกกล่าวถึง
อย่างไรก็ตาม เพียงเว่ยหยวนตี้ได้พูดจบลง หยานเสวี่ยได้กล่าวออกมา ก่อนที่จะชี้หน้าไปยังเว่ยหยวนตี้ และตะคอกออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว “เว่ยหยวนตี้ ไอ้ตัวหน้าด้านไร้ยางอาย(โกหกหน้าด้านๆ)”
หลังจากนั้น หยานเสวี่ยได้หันไปหาเฉินเฉียงแล้วพูดออกมา “ เฉินเฉียง ที่ข้าออกมาหยุดงานแต่งระหว่างเจ้ากับลูกสาวของไอ้ตัวหน้าด้านนี้ไว้นั้น เป็นเพราะข้าไม่อยากจะให้เจ้านั้นต้องมานั่งยากลำบากในการตัดสินใจในอนาคต”
“หากเจ้าเป็นลูกผู้ชายจริง เจ้าเองก็คงไม่อยากจะไปแต่งงานกับลูกสาวของศัตรูผู้ฆ่าพ่อของเจ้าหรอกกระมัง”
“เพราะในวันนั้น คนที่มีส่วนรู้เห็นกับการตายของพ่อเจ้านั้นก็คือไอ้ตัวด้านหน้าเว่ยหยวนตี้คนนี้แหละ”
“