จนแทบจะทรุดลงเสียตรงนี้
“ฮั่นจุย ทำไมเจ้าไม่รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นที่เขตแดนจักรพรรดิให้ข้าได้รับรู้”
“แล้วพวกเจ้าสองคน ทำไมถึงช่วยปิดบังเรื่องของฮั่นจุยกัน ห้ะ”
“ดูเหมือนว่าคงถึงเวลาที่ข้าผู้นี้คงต้องปฏิรูปสภาสูงแล้วสินะ”
“ฮั่นจุย ดูเหมือนว่าสองปีมานี้เจ้าจะก่อเรื่องเอาไว้อย่างมากมายนัก ข้าคิดว่าสภาสูงแห่งนี้คงจะไม่อาจยกให้เจ้าดูแลได้อีก”
“นับจากวันนี้ เจ้า ตามข้ากลับไปหลังเขาแล้วทำการเก็บตนบ่มเพาะซะ แล้วอย่าได้ออกมาอีกเป็นเวลาร้อยปี”
“ว่าไงนะ”
เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว ฮั่นจุยถึงกับหน้าซีดเผือดในทันที
“ฮึ่ม”
เป็นตอนนี้ที่ฮั่นจุยแสดงออกมาอย่างเย็นชา ก่อนที่จะโจนทะยานขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็วประดุจดั่งแสงของดาวหาง พุ่งตรงออกจากเขาโชวหยางไป
“หลิวฉิง ข้าทำงานอย่างหนักเพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์มาครึ่งค่อนชีวิต แล้วเจ้ากลับจะคุมขังข้าเพียงเพราะไอ้เด็กเวรตัวหนึ่งเนี่ยนะ”
“ในวันนี้ ในเมื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์กลับทำกับข้าเยี่ยงนี้ ก็อย่าได้โทษที่ข้าจะนำพาเภทภัยมาให้พวกเจ้าก็แล้วกัน”
เสียงที่ดังมาจากที่ห่างไกลของฮั่นจุยนี้ทำให้ท่าทางของหลิวฉิงเปลี่ยนเป็นไม่น่าดูนักในทันที
“เจ้าสอง เจ้าสาม ไปจับตัวฮั่นจุยมาให้ข้า”
“รับคำสั่ง”
เมื่อพูดจบ หลิวฉิงก็ได้หันไปพูดกับฮูเตี๋ยนด้วยท่าทางที่อับอายใจ “ท่านผู้อาวุโสสูงสุดฮูเตี๋ยน เรื่องราวที่น่าขบขันของเผ่าพันธุ์ของข้าในวันนี้ทำให้ข้าอับอายนัก ข้า….”
ฮูเตี๋ยนได้ยกมือขึ้นห