เจ้าอย่าได้ทำกิริยาเยี่ยงนั้น” ผู้อาวุโสฮูเตี๋ยนได้ส่ายหัวไปมาในทันทีแล้วพูดต่อ “ข้า ฮูเตี๋ยน ไม่ใช่คนที่ไร้หลักการและเหตุผลเฉกเช่นใครบางคน หากว่าเจ้าไม่ตรวจสอบด้วยตนเอง เจ้าก็คงเชื่อได้อย่างไม่สนิทใจกระมัง”
“อีกอย่างคือข้าไม่ต้องการให้เจ้าเวรตะไลน้อยผู้นี้ต้องอาศัยอยู่กับเผ่าพันธุ์ของตนเองทั้งๆที่ถูกมองว่าเป็นเผ่าพันธุ์อื่นแบบนี้ได้หรอกนะ จะดีกว่าหากมีคนที่น่านับถือมาตรวจสอบในเรื่องนี้”
“เฉินเฉียง เจ้าก็เห็นแล้วสินะว่าข้านั้นได้ผู้ทรงพลังมาอย่างมากมาย เจ้าเองก็คงวางใจได้แล้วกระมัง”
“อย่าได้กังวลไป หากมีใครคิดทำอะไรเกินเลยกับเจ้า ข้ารับรองว่า แม้แต่หมาแมวของหุบเขาแห่งนี้ก็จะไม่ได้คงอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป”
หลังจากที่เห็นท่าทางและรอยยิ้มที่ราวกับเอ็นดูลูกหลานที่ขวัญเสียนี้แล้ว กระนั้นหลิวชิงก็ไม่ได้มีท่าทีสงสัยเกี่ยวกับความสามารถในการทำตามคำพูดของฮูเตี๋ยนแม้แต่น้อย
ส่วนเฉินเฉียง เมื่อได้ยินคำพูดนี้แล้วก็มีท่าทีวางใจในทันที
ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าฮูเตี๋ยนผู้นี้ ทำไมถึงออกโรงมาช่วยเขา แต่เขาก็เชื่อมั่นได้ว่า หากฮูเตี๋ยนอยู่ที่นี่ ต่อให้เขาถ่มถุยใส่ฮั่นจุยตรงหน้าก็ยังไม่กล้าที่จะแข็งขืน
“ได้ครับ ข้านั้นให้ใครตรวจสอบก็ได้ยกเว้นฮั่นจุย”
เฉินเฉียงได้ชี้ไปที่ฮั่นจุยพร้อมกับสีหน้าและดวงตาที่ชิงชังอย่างที่สุดจนทุกคนเห็นได้ชัด
“ฮี่ฮี่ฮี่ อย่าได้กังวลไป ต่อให้เจ้าระยำนี่อยากแค่ไหน มันก็ไม่มีค่าคู่คว