้นเชิง
หน้าผากของเขานั้นอวบอิ่ม ใบหน้าของเขานั้นเปล่งปลั่ง แถมที่ใต้คางของเขานั้นยังยางมีเคราที่ยาวเฟี้ยวแปะไว้ตรงคาง ประหนึ่งดังนักปราชญ์ที่ทรงภูมิ
ในตอนแรกที่ผู้อาวุโสโลหะศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่นี้ได้เห็นใบหน้าของชายผู้นี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ต่างก็ระวังตัวไปตามๆกัน แต่เมื่อเห็นว่าไม่คุ้นหน้าชายแก่ที่ดูทรงภูมิผู้นี้ พวกเขาก็รีบถามออกมาในทันที
“แก…แกเป็นราชาทักษะพิเศษรึ”
“ราชาทักษะพิเศษรึ หึหึหึ ไอ้เจ้าแซ่ทอง(จิน)ผู้นี้ช่างมีจินตนาการที่กว้างไกลยิ่งนัก”
“แต่ข้าผู้นี้ขอแนะนำให้เจ้านั้น ไปเพ่งมองที่ธงนั่นดีๆก่อนที่จะเอื้อนเอ่ยออกมาจะดีกว่านา”
เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว ทั้งสี่คนก็ได้พุ่งสายตาจ้องมองไปยังธงสามเหลี่ยมที่ยังคงปักอยู่บนแขนของฮั่นจุย
เป็นตอนนี้ที่ฮั่นจุยได้ดึงธงสามเหลี่ยมออกมาจากแขนของตรง พลางมองไปที่ชายแก่ตรงหน้าด้วยใบหน้าที่หวาดกลัว
เขานั้นบอกได้เลยว่าพลังฝ่ามือที่เขาโจมตีเฉินเฉียงด้วยความโกรธของเขานี้เป็นการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ช่วงชีวิตของเขาเคยใช้มา
ถึงแม้ว่าเขานั้นจะโดนโจมตีสวนกลับโดยไม่ได้ตั้งตัว แต่มันก็ไม่ควรจะถูกสวนคืนได้ด้วยการลงมือของชายแก่คนนี้เพียงครั้งเดียว
หากชายแก่คนนี้ต้องการฆ่าเขาล่ะก็ เขาย่อมต้องตกตายลงไปในทันที
และเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของชายแก่ ฮั่นจุยและสี่โลหะศักดิ์สิทธิ์ ก็ได้จ้องมองไปที่ธงมือของฮั่นจุยอย่างเป็นตาเดียว
และไม่ว่ามันจะคืออะไรก็ตาม ผู้ค