ุโสฮั่นก็ยังไม่ถือสาหาความ อุตส่าห์เชื้อเชิญกองกำลังของเจ้าให้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานในงานมงคลที่สุดแสนจะมีเกียรตินี้ แต่เจ้านั้นกลับไม่รู้สำนึกยังมาก่อเรื่องใส่ร้ายป้ายสีท่านผู้อาวุโสอีก เจ้านี่มันช่างบาปหนานัก”
“ถูกต้อง ท่านผู้อาวุโสฮั่น ข้าว่าท่านอย่าได้ไปเสียอารมณ์กับคนเยี่ยงนี้จะดีกว่า งานแต่งของท่านนั้นสำคัญกว่ามาก เดี๋ยวจะเสียฤกษ์งามยามดีซะหมด”
“ผู้การสูงฟางกง จางหยวนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านใช่รึเปล่า แล้วท่านนำคนเยี่ยงนี้มาเป็นผู้บังคับบัญชาได้ยังไง ในเมื่อท่านได้ปล่อยให้ผู้บังคับบัญชาของตนมาก่อเรื่องงามหน้าเช่นนี้ต่อหน้าสาธารณชนแล้ว ท่านเองในฐานะที่เป็นผู้การสูงของมันก็ต้องได้รับโทษด้วย”
“ผู้อาวุโสฮั่นเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงของเผ่าพันธุ์เลยนะ การที่เขาจะมากล่าวหากับคนระดับท่านผู้อาวุโสนั้น ต่อให้มีหลักฐานยังยากที่จะเชื่อถือได้เลย”
“จริงด้วย แล้วนี่ออกมาพูดลอยๆโดยไม่มีหลักฐานใดๆ ข้าไม่มีทางเชื่อหรอกว่าผู้ที่มีฐานะสูงล้ำอย่างท่านผู้อาวุโสฮั่นจะทำเรื่องเช่นนั้นได้”
“ถูกต้อง หากคิดจะกล่าวหาผู้สูงล้ำเช่นนี้ล่ะก็ แน่จริงก็เอาหลักฐานออกมาสิวะ ที่นี่มันสภาสูงภาคกลางนะเว้ยไม่ใช่สถานที่ที่นายพลวิญญาณผู้ต่ำต้อยเช่นเจ้าจะออกมาพูดให้คนอื่นโง่งมหลงเชื่อได้ง่ายๆ”
เมื่อได้เห็นว่าผู้คนเริ่มแสดงออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เว่ยฉิงเชินที่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะร้อนรนขึ้นมา เธอจึงได้รีบพูดออกมาในทันที