“จางหยวน เจ้านั้นไม่ควรจะมาที่นี่เลยจริงๆ ต่อให้เจ้าไม่คิดถึงตัวเจ้าก็ควรจะคิดถึงกองกำลังของเจ้าบ้าง”
เฉินเฉียงนั้นไม่ได้แยแสต่อท่าทางของผู้คนโดยรอบแต่อย่างใด
แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเว่ยฉิงเชินนี้ เขาเองก็อดไม่ได้ที่จะพูดตอบ
“ฉิงเชิน ในวันนี้ข้ามาเพื่อเรียกคืนเกียรติยศของกองกำลัง เจ้าไม่ต้องออกหน้าให้ข้าหรอก”
กับคนทั่วไปที่ได้ยินแล้วต่างก็ไม่ได้รับรู้สิ่งใดต่อคำพูดนี้ จะมีเพียงก็แค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้สึกผิดสังเกต
จางหยวนผู้นี้นั้นกลับเรียกชื่อเว่ยฉิงเชินผู้ซึ่งเป็นถึงลูกสาวของผู้การในสังกัดได้อย่างสนิทสนมเสียจนราวกับเป็นคนคุ้นเคยกันมานานแสนนาน
แม้แต่เว่ยฉิงเชินเองที่ได้ยินก็ถึงกับต้องคิดในทันที
นั่นก็เพราะขนาดคนที่คุ้นเคยกับเธอมานานแสนนาน ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเรียกเธอแบบนี้ แม้แต่จางหยวนเองก็ยังไม่เคยเรียกเธอแบบนี้ด้วยซ้ำ
ไหนจะน้ำเสียงเมื่อครู่นี้มันช่าง….
ไม่น่าเป็นไปได้
เป็นเขางั้นเหรอ
เว่ยฉิงเชินในตอนนี้ตกอยู่ในสภาพนิ่งอึ้งและไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ส่วนฮั่นจุยเองที่อยู่ข้างๆนั้นแม้จะได้ยินเสียงนี้แล้วก็ยังรับรู้ได้ในทันทีว่าไม่ใช่น้ำเสียงของคนที่เป็นเพื่อนจะมาพูดกัน
“จางหยวน แกมีหลักฐานรึเปล่า ถ้ามีก็เอาออกมาสิวะ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เฉินเฉียงก็ได้ยกมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะนำกำไลสื่อสารออกมาจากแหวนเก็บของของตน
“ทุกท่าน นี่คือหลักฐานที่ทุกท่านร้องขอ”
เมื่อพูดจบ เฉิ