เห็นอย่างกระจ่างชัดว่าเป็นเจ้าที่หาเรื่องให้กับพี่ชายจางหยวนน่ะ”
“เจ้าไม่เพียงจะต้อนรับอย่างสมควรแล้วยังมีหน้ามาหาเรื่องเขาต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ ข้าคิดว่าหากเรื่องนี้ไปเข้าหูผู้อาวุโสในสภาล่ะก็ ไอ้คนที่จะโดนลงโทษคงไม่ใช่พี่จางหยวนแล้วล่ะ”
จ้าวลี่ผู้ซึ่งถือดีในอำนาจของตนมาโดยตลอด เมื่อได้ยินมีคนพูดทัดทานก็รีบยืนขึ้นมาแล้วด่ากราดออกไป “ใครหน้าไหนมันกล้ามาแส่เรื่องของข้าวะ ออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้”
“ข้าเอง”
เพียงจ้าวลี่ได้พูดจบลงก็ได้มีชายคนหนึ่งที่อายุราวๆยี่สิบเจ็ดไม่ก็ยี่สิบแปดปีมาอยู่ข้างกายเฉินเฉียงอยู่ไม่ห่างนัก
เมื่อเฉินเฉียงลองหันไปดูก็พบว่าเป็นหลี่เชิน
เฉินเฉียงนั้นเคยสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับหลี่เชินมาก่อนในศึกที่จิ้งชวนในวันนั้น
เขาไม่คิดมาก่อนว่าพึ่งจะผ่านไปได้เพียงแค่ครึ่งปี แต่หลี่เชินผู้นี้กลับอยู่ในระดับราชาขุนพลและได้กลายเป็นรองผู้การสูงของตึกจอมพลภาคกลาง
ส่วนหนึ่งนี้สมควรจะมาจากผลงานที่เขาทำได้อย่างโดดเด่นในศึกที่จิ้งชวนจนทำให้กลายเป็นรองผู้การสูงกระมัง
และจ้าวลี่นั้นย่อมไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับหลี่เชินแต่อย่างใด
ตอนที่จ้าวลี่ยังอยู่ในตำแหน่งผู้การร่วมแห่งตึกจอมพลภาคกลางนั้น หลี่เชินเองก็เป็นหนึ่งในผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา
จ้าวลี่นั้นไม่ชอบคนนิสัยตรงไปตรงมาอย่างหลี่เชิน และนี่เองก็ทำให้เขาไม่ได้ให้ค่ากับหลี่เชินแต่อย่างใด
แต่เขาก็นึกไม่ถึงว่ายามที่เขาหลุดออกมาจากตำแหน่งแล้ว ปันเ