งไม่กี่สิบก้อนเท่านั้น”
“ไม่รู้ว่านี่เป็นเพราะกองกำลังเทียนเว่ยยาจกจริงๆหรือไม่ให้เกียรติและไม่อยากจะแสดงความยินดีต่อผู้อาวุโสฮั่นกันหนอ”
เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว เฉินเฉียงก็ได้แสดงออกด้วยสีหน้าที่เย็นชาและพูดออกมาด้วยนำเสียงที่เย็นยะเยียบ “ไอ้ผู้ตรวจการจ้าว นี่แกยังมีหน้ามาคิดว่าพวกข้าร่ำรวยในวัสดุบ่มเพาะอยู่อีกอย่างงั้นเหรอ”
“หากไม่ใช่เป็นเพราะแกที่วางแผนสร้างความลำบากให้พวกข้าในครานั้นล่ะก็ มีหรือที่พวกข้าจะเหลือเพียงแก่นคริสตัลเพียงไม่กี่สิบก้อนมามอบเป็นของขวัญให้อย่างนี้กัน”
“แต่ก็อีกล่ะนะ หากแกไม่โลภมากในวันนั้นล่ะก็ ข้าก็เชื่อว่าแกคงไม่ถูกย้ายมาให้กลายเป็นหมาเฝ้าประตูจนอยู่แบบสุขสบายอย่างในทุกวันนี้อย่างหลบๆซ่อนๆหรอกนะ”
คำพูดของเฉินเฉียงนี้ราวกับเป็นการย้ำแผลใจของจ้าวลี่ ไม่เพียงการกลั่นแกล้งของเขาจะทำอะไรเฉินเฉียงที่อยู่ในรูปลักษณ์จางหยวนไม่ได้แล้ว เขานั้นยังถูกตอกกลับมาอย่างไม่อาจเถียงได้ แถมยังถูกด่าว่าเป็นหมาเฝ้าประตูเสียอีก แล้วจ้าวลี่จะทนกับเรื่องนี้ได้สักเท่าไหร่
“นี่เจ้ากล้าดียังไงวะจางหยวน เจ้ากล้ามาพูดเรื่องไร้สาระในงานแต่งผู้อาวุโสฮั่นอย่างนี้นี่เป็นการขัดขวางงานแต่งชัดๆ ความผิดของเจ้านี้มันช่างสมควรถูกลงโทษเสียตรงนี้”
แต่ก่อนที่เฉินเฉียงจะได้ตอบอะไรกลับไป ก็มีเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“ผู้ตรวจการจ้าว นี่เจ้าพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่ พวกเรานั้นได้ยินอย่างชัดเจนและ