้วกัน ตึกจอมพลภาคกลางของพวกเรานั้นพึ่งจะส่งกองทัพไปยังจิ้งชวน แต่เพียงเราไปถึงก็แพ้พ่ายในทันที และนี่จึงได้ทำให้ข้าต้องมาหารือกับผู้อาวุโสสูงว่าสามารถยกเลิกการศึกในครั้งนี้ได้หรือไม่”
“โฮ่ แพ้อีกครั้งรึ” ดวงตาของจ้าวลี่ได้เบิกกว้าง ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแปลกๆ “ฮี่ฮี่ฮี่ ข้าก็นึกว่ามีเพียงข้า จ้าวลี่ผู้นี้ที่จะแพ้พ่ายได้ ไม่คิดเลยว่าแม้แต่ท่านผู้การสูงปันเองก็ต้องพบเจอชะตากรรมแบบเดียวกัน แต่ก็นั้น เรื่องนั้นก็เรื่องนั้น เรื่องนี้ก็เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกัน ยังไงข้าก็ต้องให้ท่านรอจะกว่าผู้อาวุโสสูงจะประชุมเสร็จ”
และด้วยการที่ทั้งสองต่างก็มีความแค้นส่วนตัว แต่เพื่อเห็นแก่มวลมนุษย์ ปันเหรินจึงทำได้เพียงรออยู่ด้านนอกเพียงเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าผ่านไปชั่วโมงแล้ว ปันเหรินเองก็อดที่จะถามออกมาไม่ได้ “ผู้ตรวจการจ้าว ต่อให้เหล่าผู้อาวุโสจะประชุมกันก็จริง แต่อย่างน้อยๆในตอนนี้ถ้าไม่เลิกประชุมไปแล้วก็คงเกือบจะเลิกประชุม ข้าพอจะรบกวนผู้ตรวจการจ้าวบอกข้าหน่อยได้หรือไม่ว่าใกล้แล้วรึยัง”
แต่กระนั้น จ้าวลี่ยังคงนั่งฮัมเพลงอยู่กับเก้าอี้โดยไม่แยแสต่อปันเหรินเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นฉากนี้ ปันเหรินถึงกับเดือดดาล ดูเหมือนว่าจ้าวลี่ต้องการตั้งแง่กับเขาให้ถึงที่สุดจริงๆ กับคนเช่นนี้ ในชีวิตนี้เขาคงไม่ได้มีอากาสได้เข้าไปในเขาโชวหยางอีกแล้วกระมัง
หลังจากกระทืบเท้าระบายโทสะแล้ว ปันเหรินได้หันหลังกลับและเตรีย