นความรู้สึกของจางหยวนเป็นอย่างดี
นั่นก็เพราะพวกเขาเองก็เข้าใจหัวอกของรองกัปตันของตนดีไม่น้อยไปกว่าใคร
มันเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจโทษใครได้ ไม่อาจให้อภัยใครได้ แต่ก็ไม่อาจจะเอาคืนใครได้เช่นเดียวกัน มันคือสิ่งที่เรียกว่าความอัดอั้นตันใจ
หลังจากผ่านไปนานพอดู จางหยวนในที่สุดก็หยุดร้องไห้ ดูเหมือนว่าเขาจะใช้แรงกายแรงใจทั้งหมดไปกับการฝืนต้านการกอดห้ามของหลิวซวนเอ๋อเลยทีเดียว
“กัปตัน แล้วท่านจะให้ข้าทำยังไง”
“พ่อของพวกข้าต้องตกตายในมือมนุษย์กลายพันธุ์ พวกเขาตกตายเพื่อมนุษยชาติ”
“เพื่อสืบทอดปณิธานของพวกเขาในฐานะทายาท เพื่อล้างแค้นให้พ่อแม่ของพวกเรา พวกเราฆ่ามนุษย์กลายพันธุ์มานับไม่ถ้วนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สร้างคุณงามความดีเพื่อหวังจะให้พวกท่านได้สบายใจ”
“แต่เรื่องในวันนี้มันช่าง…..”
“ทั้งฮั่นปู้เอ๋อที่เป็นคนลงมือ ทั้งจ้าวลี่ที่วางแผนการ ไหนจะฮั่นจุยที่แม้จะรู้อยู่กับอกแต่ก็ยังปล่อยให้มันเกิดขึ้น แถมไอ้สองตัวหลังนั้นคือคนใหญ่คนโตของเผ่าพันธุ์ แล้วจะให้พวกเรามีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง”
จางหยวนยังคงพร่ำออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง และก็ไม่มีใครเลยที่จะตอบคำถามของจางหยวนได้
นั่นก็เพราะทุกคนรวมถึงเฉินเฉียงกำลังอึ้งอยู่
ทุกตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปที่ไหนดี แล้วพวกเขาจะตอบอะไรออกไปได้
“กัปตัน ลองฟังดูสิ ดูเหมือนว่าการสู้รบจะจบลงแล้วนะ” เจิ้งยี่ได้พูดออกมา
ถึงแม้เสียงการต่อสู้ที่อยู่ห่างไกลนั้นจะเงียบไปแล