จ้า”
“แม้พวกเราจะจากไป แต่พวกเราก็ต้องแก้แค้นให้หนำใจซะก่อน”
เมื่อเห็นใบหน้าที่ชวนขนพองสยองเกล้าของเฉินเฉียงในตอนนี้ จางหยวนก็อดไม่ได้ที่จะใจเต้นระรัวจนต้องกล่าวเตือนเฉินเฉียงอีกครั้ง “เฉินเฉียง ความคิดของเจ้าอันตรายไปรึเปล่า ยังไงซะฮั่นปู้เอ๋อมันก็เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับเรา พวกเราไม่ควรจะทำลายพวกเดียวกันเองเพียงเพราะแค้นส่วนตัว”
“อีกอย่างคือพ่อของมันก็คือผู้อาวุโสสูงของภาคกลาง หากเราทำเกินไปแล้วจนทำให้ต้องเผชิญหน้ากับราชาขุนพลเลยนะ ดีไม่ดีอาจถูกกล่าวหาว่าทำร้ายพวกเดียวกันอีก”
เฉินเฉียงส่ายหัวไปมาในทันทีที่ได้ยิน และพูดออกมาด้วยท่าทางจริงจัง “จางหยวน เจ้ากล่าวผิดแล้ว”
“จางหยวนที่ข้ารู้จักนั้นนอกจากเป็นชายที่แข็งแกร่งแล้วยังเป็นคนที่ตรงไปตรงมา”
“แล้วชายคนนั้นมันหายหัวไปไหนแล้วกัน”
“ขนาดโดนข่มเหงจนจะตายห่ากันหมดแล้วยังทำเพียงคิดจะวิ่งหนีเนี่ยนะ กับเรื่องแบบนี้แล้วไม่ใช่สิ่งที่ข้า นายพลแห่งกองกำลังเทียนเว่ยควรจะอดทนไว้ได้”
“ในตอนนี้แม้จะมีอีกหลายเรื่องที่ข้ายังไม่อาจบอกพวกเจ้าได้ แต่หลังจากผ่านวิกฤตในครั้งนี้แล้ว ข้าจะอธิบายเรื่องทุกอย่างให้พวกเจ้าฟัง รวมถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในเขตแดนจักรพรรดิด้วย โดยเฉพาะเรื่องบันไดสู่สรวงสวรรค์”
“บันไดสู่สรวงสวรรค์….เหรอ”
นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินเฉียงคิดจะบอกกว่าในเรื่องนี้ แต่เมื่อเห็นคนในกองกำลังของตนนั้นมีชีวิตอยู่อย่างดิ้นรนไปวันๆแบบนี้แล้ว เขาจึงคิด