ใช้เรื่องนี้จุดประกายความต้องการอยู่รอดของทุกคน
เช้าวันถัดมา เฉินเฉียงได้ดำดินลงไป และติดตามจางหยวนและพวกเข้าร่วมสงคราม
จางหยวนและพวกนั้นพักอาศัยอยู่นอกพื้นที่ต้องของที่พักอยู่แล้ว หลังจากที่พวกเขาออกไปกว่าชั่วโมง กองกำลังหลักก็เริ่มเคลื่อนไหว
ในตอนนี้มีผู้ชายที่ท่าทางทะมัดทะแมงแปดคนได้แบกเกี้ยวเดินตรงไปที่จางหยวน บนเกี้ยวนั้นมีร่างกายที่สะโอดสะองของชายหนุ่มวับยี่สิบปีได้นั่งตรงกลางระหว่างคนทั้งแปด ระดับการบ่มเพาะของเขาอยู่เพียงระดับนายพลวิญญาณขั้นสูง แต่กลับวางท่าราวกับราชาทรงบัลลังก์
โดยไม่ต้องพูดอีก ชายคนนี้คือลูกชายคนเล็กของฮั่นจุย ฮั่นปุ้ยเอ๋อ
เมื่อเกี่ยวได้หยุดอยู่ห่างจากกองกำลังเทียนเว่ยที่ระยะห้าสิบเมตร ฮั่นปุ้ยเอ๋อก็ได้สะบัดพัดของตนอย่างสะโอดสะอง ก่อนจะโบกพักให้องครักษ์ฉีเข้ามาหาและฟังคำสั่งของฮั่นปู้เอ๋อ หลังจากนั้นเขาจึงเดินไปยังกองกำลังเทียนเว่ย
“จางหยวน นายน้อยฮั่นผู้สูงส่งได้บอกมาว่าให้พวกเจ้านั้นเปิดทางให้กองกำลังของพวกเราในวันนี้”
“รับคำสั่ง”
จางหยวนได้ตอบกลับโดยไม่มีท่าทีใดๆก่อนจะหันกลับหลังและพาคนในกองกำลังที่กำลังช่วยกันพยุงกันและกันเข้าสู่สงคราม
เมื่อจางหยวนและพวกจากไปแล้ว ฮั่นปู้เอ๋อยังคงอยู่ที่เดิมไม่จากไปไหน
“นายน้อยฮั่น ข้าเกรงว่าไอ้พวกจางหยวนนั้นในครั้งนี้คงไม่ได้กลับมาแล้ว ในตอนที่ออกมาจากเขตแดนจักรพรรดินั้นพวกมันทำให้ท่านจ้าวลี่เสียหน้ามากนัก ในวันนี้ท่าน