วิญญาณออกแล้วโยนให้เมิ่งน้อย
หากจะนับเวลาล่ะก็ เมิ่งน้อยก็เกิดมาได้ปีครึ่งแล้ว แน่นอนว่าแก่นวิญญาณที่มันได้กินเข้าไปนั้นก็มากมายอย่างนับไม่ถ้วนเช่นเดียวกัน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างนั้นทำให้ร่างกายของเมิ่งน้อยไม่ได้เติบโตเลยสักนิด อย่างน้อยๆในตอนนี้มันก็โตได้เท่ากับครึ่งแขนของเขาแล้วล่ะนะ
“เมิ่งน้อย มาม้าของเจ้าอยู่ไหนล่ะนั่น”
“เจี๊ยกเจี๊ยก”
“โอ้ อืมอืม แล้วมาม้าของเจ้าด่าว่าปะป๋ามั่งอ่ะเปล่านิ”
“เจี๊ยกเจี๊ยก”
“อืมอืม ถึงกับเรียกปะป๋าว่าตัวชั่วร้ายเลยเหรอ ก็ไม่เลวนะนั่น เขาว่ากันว่าคำพูดของผู้หญิงมักจะตีความหมายกลับด้านกันนะเจ้ารู้รึเปล่า นั่นก็หมายความว่ามาม้าของเจ้าห่วงใยปะป๋ายังไงล่ะ”
“นี่ เมิ่งน้อย ปะป๋าว่าเจ้านั้นคอยอยู่ข้างแม่เจ้าไว้น่ะดีแล้วนา เมื่อตอนที่เราเจอกันอีกครั้ง เจ้าจะได้มีเรื่องของมะม้าของเจ้าไว้คุยกับปะป๋าไง ตกลงนะ”
“เจียกเจี๊ยก”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้านี่น้าช่างออดอ้อนซะจริง ไม่ใช่ว่าปะป๋าจะอยากแยกจากเจ้าไปซะหน่อยนา” หลังจากเกลี้ยกล่อมซื้อตัวสายลับเพื่อวางตัวไว้ข้างหยานเสวี่ยได้ในที่สุด เฉินเฉียงก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาได้อีกนิดนึง
ให้หยานเสวี่ยได้รู้ซะบ้างว่ารสชาติแห่งการถูกคอยจับตาดูนั้นเป็นยังไง
“มามา เมิ่งน้อย เดี๋ยวปะป๋าจะให้แก่นวิญญาณเจ้ากันสองก้อนน้า…” หลังจากพูดจบ เฉินเฉียงก็นำแก่นวิญญาณออกมาอีกสองก้อน แน่นอนว่าเมื่อเมิ่งน้อยได้เห็นก็มีดวงตาที่ลุกวาว ก่อนที่จะคว้าพวกมัน