ต่ที่หน้าประหลาดก็คือ เฉินเฉียงนั้น ทั้งๆที่รู้ ไม่สิ เขารู้อยู่ตั้งแต่เริ่มเลยด้วยซ้ำว่าเจิ้งยี่คือมนุษย์กลายพันธุ์ แต่เขาก็ยังคิดช่วยชีวิตเจิ้งยี่เอาไว้”
“แถมในตอนนี้ คนในกองกำลังทั้งหมดต่างก็รับรู้ว่าเจิ้งยี่นั้นเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังยอมรับในตัวตนของเจิ้งยี่ได้ราวกับไม่ยากเย็น”
“หลังจากนั้นเฉินเฉียงยังกล้านำเรื่องนี้มาบอกเล่า แล้วนำมากล่าวอ้างว่าเป็นผลงานเสียอีก”
“และนี่คือเหตุผลที่ข้าทาสคนนี้ก็รับรู้มาว่าทำไมเฉินเฉียงถึงช่วยเจิ้งยี่ไว้ในครานั้น”
ราชาสวรรค์ได้นั่งรับฟังการบอกเล่าของหยานเสวี่ยในเรื่องของเฉินเฉียงที่เกิดขึ้นในเขตแดนจักรพรรดิ แต่ดูเหมือนว่าราชาสวรรค์จะไม่สนใจที่จะถามอะไรมากมายเกี่ยวกับเจิ้งยี่และเมิ่งน้อย ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่ใส่ใจเลยสักนิดถึงจะถูก นี่ช่างเหนือกว่าความคาดหมายของหยานเสวี่ยมากนัก
หากจะให้พูดกันตรงๆแล้ว ราชาสวรรค์นั้นไม่ควรจะปล่อยเรื่องนี้ไปตั้งแต่เรื่องที่เฉินเฉียงปิดบังสถานะเอาไว้แล้ว…..หรือเขาไม่ใส่ใจพวกมันกันแน่
“หยานเสวี่ย เจ้าทำได้ดีมาก”
ราชาสวรรค์กล่าวชมออกมาประโยคหนึ่ง ก่อนที่จะยืนขึ้นและเริ่มเดินวนรอบห้องอีกครั้ง
“เรื่องข้าทำยังไงกับเฉินเฉียงนั้น เอาเป็นว่าเราค่อยมาพูดถึงกันหลังจากได้พบเจอเขาก็แล้วกัน”
“สิ่งที่ทำให้ข้าเบาใจอย่างที่สุดนั้นไม่ใช่สถานการณ์ของเฉินเฉียง แต่เป็นเจ้าที่เมื่อรับรู้ว่าเฉินเฉียงไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์ แ