ึงไม่มีใครเลยไม่ว่าจะเป็นมนุษย์กลายพันธุ์หรือสัตว์ประหลาดที่จะไล่ตามเฉินเฉียงไปได้
ไม่เพียงเท่านั้น เฉินเฉียงยังปีกสีเงินที่อยู่ในระดับเจ็ด ความเร็วของเขานั้นย่อมเหนือกว่ามนุษย์กลายพันธุ์ทั้งหมดในที่นี้ แถมเขายังมีทักษะอินทรีย์สยายปีกขั้นสูง ยามที่เขากระพือปีก ความเร็วของเขาจะยิ่งพุ่งสูงขึ้น และนี่ทำให้ไม่ว่าใครก็ไม่อาจติดตามเขาได้ แม้แต่หลิวเฟิงที่มีพลังจิตที่ยอดเยี่ยมก็ยังปล่อยให้เขาหลุดมือไป
ในตอนนี้ไม่มีใครคิดที่จะปีนบันไดสู่สรวงสวรรค์อีกต่อไป แม้แต่ผู้ที่ยังอยู่กลางทางนั้น เมื่อเห็นเฉินเฉียงถูกไล่หลังไป แม้จะไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกผู้ทุกคนก็พร้อมใจกันไล่ติดตามไปอย่างสุดความสามารถ
แม้แต่คนในกองกำลังเทียนเว่ยก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
แต่หลังจากไล่ไปได้ซักห้ากิโลเมตรเห็นจะได้ จางหยวนก็ถอดใจและกลับไปหาเม่ยหลัวหลัน เมื่อไปรวมตัวกับทุกคนได้ จางหยวนก็ได้ถามออกมา “หลัวหลัน เฉินเฉียงพูดอะไรกับเจ้าบ้างรึเปล่าตอนเขาลงมา”
เม่ยหลัวหลันส่ายหัวและบอกไปตามตรง “กัปตันเมื่อลงมาถึงยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ พอเห็นว่าโดนไล่ตามมาก็บินหนีไปในทันที”
“พี่หลัวหลัน พี่ใหญ่เฉินเฉียงบาดเจ็บรึเปล่า” ฉิงเชินถามออกมาอย่างกังวล
“ข้าเห็นเพียงรอยเลือดที่มุมปากเขาเท่านั้น น่าจะเป็นการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนสภาพร่างกายไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ด้วยความเร็วขนาดนั้นแล้วข้าเชื่อว่าไม่เป็นไร ต่อให้บาดเจ็บแต่ก็ไม่น่