วชมออกมา “ไม่เลวเลยแฮะ เจ้ามาถึงที่นี่ได้ก่อนคนนับพัน ไม่แปลกใจเลยจริงๆที่ท่านราชาสวรรค์ชอบเจ้านัก”
เฉินเฉียงได้เกาหัวอย่างเซ็งๆขึ้นมาในทันที “องครักษ์หยาน นี่ท่านกล่าวชมตัวเองอยู่ใช่รึเปล่าเนี่ย ท่านเป็นคนแรกที่ขึ้นมาที่ปลายบันไดนี่นา”
“เอ้อใช่ องครักษ์หยาน ตอนที่ท่านขึ้นมาถึงนั้นมีแต่เสาสี่ต้นนั่นงั้นรึ”
“แล้วไม่มีอะไรอย่างอื่นเลยเหรอ หรือว่าท่านเหมารวมสมบัติไปหมดแล้วกัน”
“เจ้าไม่ใช่คนแรกที่คิดแบบนี้หรอกนะ ทุกคนต่างก็คิดแบบนี้ไม่ได้ต่างจากเจ้า”
“แต่ข้าขอบอกตามตรงเลยว่าเมื่อข้ามาถึงก็มีเพียงเสาสี่ต้นนั่นไม่มีสิ่งอื่นอีก”
“โอ้”
เมื่อเห็นว่าหยานเสวี่ยไม่ได้มีท่าทีพูดเล่นแต่อย่างใด เฉินเฉียงจึงเดินตรงไปที่เสาทั้งสี่ต้นอย่างฉงนสนเท่ห์
“ไม่ต้องไปดูหรอกน่า คนที่มาถึงต่างก็ไปที่เสานั่นกันจนหมดแล้ว แต่ไม่ว่าจะมองดูยังไงก็ตาม พวกมันไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยสักนิด”
แต่ถึงแม้หยานเสวี่ยจะบอกเขาอย่างนั้น แต่เฉินเฉียงก็ยังอดไม่ได้ที่จะไปสัมผัสเสาทั้งสี่ด้วยตนเอง
เสาสีต้นนี้มีสีขาวนวล ความสูงของมันอย่างน้อยก็สามเมตร ตรงโคนเสากว่าครึ่งราวกับเป็นส่วนหนึ่งของปลายบันไดแห่งนี้
เฉินเฉียงได้ลองทั้งผลักและดึงแต่ก็ไม่เป็นผล
เสาทั้งสีที่ดูเป็นเสาสีขาวธรรมดานี้แต่กลับไม่ขยับเขยื้อนเมื่อเฉินเฉียงใช้แรงทั้งหมดที่มี
“เฉินเฉียง เสียเวลาเปล่า มีคนทำแม้กระทั่งโจมตีมันไปแล้วแต่ก็ไม่มีท่าทีจะบุบสลายแม้แต่น้อย”
“ที่พวกเ