จางหยวนถามออกมาผ่านการส่งเสียงทางจิตวิญญาณ
เฉินเฉียงพยักหน้ารับ –หากปีนได้ก็ดี แต่ปีนเท่าที่พวกเจ้าจะทำได้ก็แล้วกัน หากว่ามีอันตรายล่ะก็ให้รีบถอนตัวทันที-
เมื่อเห็นกองกำลังเทียนเว่ยมาถึง หยานเสวี่ยก็เริ่มคิดจะปีนขึ้นไป
“รอก่อน”
เฉินเฉียงดึงหยานเสวี่ยเอาไว้ “ด้วยสถานการณ์ของบันไดสู่สรวงสวรรค์นี้ไม่แน่ชัด ข้าว่าท่านไม่ควรจะพาเมิ่งน้อยไปนะ ไม่งั้นมันอาจบาดเจ็บได้”
“แล้วเจ้าจะไม่ขึ้นไปรึไง”
“ผลัดกันก็แล้วกัน” เมื่อพูดจบ เฉินเฉียงกับรับเมิ่งน้อยมา “องครักษ์หยาน หากมีอะไรเกิดขึ้นก็ให้ติดต่อข้าผ่านกำไลสื่อสารก็แล้วกัน”
ด้วยฉากที่มนุษย์กลายพันธุ์ต่างล่วงลงมาแบบนี้แล้ว หยานเสวี่ยเองก็กังวลในความปลอดภัยของเมิ่งน้อยอยู่ไม่น้อยเลย เธอพยักหน้าเห็นด้วยและส่งเมิ่งน้อยให้เฉินเฉียงดูแล ก่อนที่จะก้าวขึ้นบันไดสู่สรวงสวรรค์ขึ้นไป
หลังจากผ่านไปสักพัก หยานเสวี่ยก็ได้ส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณมาให้กับเฉินเฉียง –เฉินเฉียง บันไดพวกนี้มีแรงดึงดูที่แตกต่างไปในทุกขั้น นี่ไม่เหมาะกับที่จะพาเมิ่งน้อยมาจริงๆ เจ้ารอข้าจนกว่าไปจนถึงที่สุดก่อนแล้วกันแล้วข้าจะบอกว่าพบเจอสิ่งใด-
เมื่อได้ยินหยานเสวี่ยแล้ว เฉินเฉียงก็มองไปที่บันไดสู่สรวงสวรรค์ที่ในตอนนี้ทั้งสามเผ่าพันธุ์กำลังก้าวขึ้นไป แล้วเขาก็ได้พบว่าเมื่อไปสูงขึ้น แต่ละผู้แต่ละคนก็เริ่มจะช้าลง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครในสามเผ่าพันธุ์เลยที่คิดยอมแพ้ พวกเขายังคงฝืนใช้ความแข็งแ