นเฉียงคิดตั้งคำถามมากมายขึ้นมาในใจแต่ก็ไม่กล้าจะถามออกมา และคิดว่าจะแอบไปถามเจิ้งยี่ทีหลังว่าเขานั้นยังมีความรู้สึกรักใคร่แบบชายหญิงอยู่อีกรึเปล่า
และใบหน้าเมื่อครู่นี้ของเธอนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเว่ยฉิงเชินเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งกว่านั้นคือกลายเป็นว่าทั้งเว่ยฉิงเชินและหยานเสวี่ยเองก็มีอายุไล่เลี่ยกันเสียอีก
เฉินเฉียงคิดมาตลอดว่าหยานเสวี่ยนั้นแก่กว่าเขานับสิบปีเห็นจะได้ แต่มาในตอนนี้อย่างมากเธอก็มีอายุเพียงยี่สิบเอ็ดไม่ก็ยี่สิบสองปีเพียงเท่านั้น
หลังจากที่หยานเสวี่ยคลุมหน้าของเธอแล้ว เธอก็ได้จัดท่าจัดทางของเธอใหม่อีกครั้ง
“เฉินเฉียง บอกข้ามา เจ้าจะตั้งชื่อเจ้าตัวน้อยนี้ว่ายังไงดี เจ้าคงไม่คิดจะเรียกเจ้าตัวน้อยนี่ว่าเจ้าตัวน้อยไปตลอดหรอกนะ”
“ได้จ้าได้ ถึงเวลาตั้งชื่อแล้วสิเนาะ”
“ในเมื่อเจ้าตัวน้อยนี่ถูกช่วยไว้โดยพวกเราทั้งคู่ ข้าว่าเอาเป็นชื่อเย่วเฉียงเป็นยังไง ไม่สิ เจ้านี่เป็นเพศเมีย เรียกมันว่าต้าเย่วแล้วกัน”
ทันทีที่เฉินเฉียงพูดจบลง เขาก็สัมผัสได้ถึงไอสังหารที่เย็นยะเยียบที่ราวกับจะทิ่มทางเขาได้ทุกเมื่อจากด้านข้าง
“ฮี่ฮี่ฮี่ ข้าพูดเล่นนิดเดียวก็ทำเป็นจริงเป็นจังไปได้ หากชื่อนี้แย่เกินไปล่ะก็ เอาเป็นพวกเราตั้งใหม่ก็ได้”
“เจ้านี่ในเมื่อมันเป็นลิงน้อยที่ดูน่ารักน่าชัง ข้านั้นคิดว่าเราควรเรียกมันว่าเมิ่งน้อย”
“เมิ่งน้อยเหรอ” หยานเสวี่ยได้พูดย้ำออกมาเบาๆ เป็นตอนนี้ที่เจ้าตัวน้อยได้ร้องลั่นข