ชุยหยันหลันแล้ว พวกเขามีเพียงสิบสี่คนเท่านั้น
หลังจากผ่านเรื่องมามากมาย ถึงแม้ว่าจะมีเป้าหมายอย่างบันไดสู่สรวงสวรรค์แล้วก็ตามแต่ทุกคนก็ยังไม่กะจิตกะใจที่จะคิดสู้และไปให้ถึงเป้าหมายแต่อย่างใด แม้แต่กัวเหลียงและหลางซานเอ๋อ ตัวชงของกองกำลังก็ยังไม่มีอารมณ์ที่จะพูดอะไรต่อ
“จางหยวน เจ้าคิดว่าเฉินเฉียงทำเกินไปรึเปล่าที่ออกไปแบบนี้ ยังไงซะ พวกเราก็อยู่ด้วยกันมาตั้งนานนะ”
ต่อหน้าทุกคน หลิวซวนเอ่อและจางหยวนได้เดินพูดคุยกันไป
จางหยวนได้ถอนลมหายใจออกมา ก่อนจะที่จะมองไปตรวจตรารอบๆเพื่อระวังภัยแล้วพูดออกมา “ซวนเอ๋อ เฉินเฉียงนั้นทำถูกต้องแล้ว”
“แม้ว่ากองกำลังของพวกเรานั้นจะไม่ได้ใหญ่ แต่พวกเราเองก็มีสิ่งที่เรียกว่าปณิธานของกองกำลัง”
“และผู้ที่ตั้งปณิธานนี้ขึ้นมาคือผู้นำคนแรกแห่งกองกำลัง เฉินเทียนเว่ย ที่ตั้งเป้าไว้ว่าต้องการจะฆ่าล้างมนุษย์กลายพันธุ์”
“เฉินเฉียงและเจิ้งยี่นั้นถึงแม้จะทรงพลังพอที่จะปกป้องพวกเราได้ก็ตาม”
“แต่ด้วยการที่พวกเขานั้นยังไม่มีจุดยืน(ปณิธาน)ของตัวเองแล้ว มันจะไม่เป็นการดีหากพวกเขานั้นเข้าร่วมกับพวกเรา นอกจากจะทำให้ทั้งกองกำลังเป็นหนึ่งเดียวกันไม่ได้แล้ว พวกเราอาจจะสูญเสียปณิธานของพวกเราไป”
“และเมื่อถึงตอนนั้นแล้วทั้งกองกำลังสูญเสียปณิธานนี้ไปจนหมดสิ้น นั่นก็ไม่ใช่กองกำลังเทียนเว่ยอีกต่อไป”
“แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ ถึงแม้ว่าเฉินเฉียงจะมีความคิดที่เป็นปัญหาอยู่บ้าง แต่เขาก็นำพาพวก