ช่รึเปล่า”
“ในเมื่อพวกนั้นไม่ต้องการเจ้าแล้ว แล้วเจ้าจะไปสนใจทำไมว่าพวกนั้นจะเป็นหรือตาย”
“นั่นมันเรื่องของข้าไม่ใช่กงการอะไรของท่าน” เฉินเฉียงพูดตอบกลับไปอย่างทันควัน
สิ่งที่หยานเสวี่ยคิดนั้นถูกต้องแล้ว เฉินเฉียงในตอนนี้กำลังใช้กระแสจิตของตนตรวจสอบในระยะโดยรอบกว่าสองพันเมตร
กับคนทั้งสิบสี่คนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเขาแล้วจะให้เขาไม่สนใจพวกเขาได้ยังไง
“เอ้อ เฉินเฉียง มานี่หน่อยสิ เจ้าว่าเจ้าตัวน้อยนี่หิวรึเปล่า”
หยานเสวี่ยที่ยืนตรงหน้าเขานั้นได้รีบร้องทักออกมาในทันที เฉินเฉียงเองก็รีบวิ่งไปดู เขานั้นเห็นว่าเจ้าลิงน้อยนั้นกำลังก่ายเกาะไปทั่วหน้าอกของหยานเสวี่ย ราวกับกำลังใช้มือป่ายปัดหาบางสิ่งไปทั่ว บ้างก็ร้องครางออกมาราวกับต้องการอะไรเรียกร้องหาอะไรบางอย่าง
“เฉินเฉียง เจ้าเข้าใจภาษาสัตว์ประหลาดไม่ใช่เหรอ มันว่ายังไงบ้าง”
เฉินเฉียงกลอกตามองบนไปที่หยานเสวี่ยในทันทีแล้วพูดออกมา “องครักษ์หยาน ท่านจะให้ข้าบอกอะไรล่ะ มันเป็นเพียงแค่เด็กเกิดใหม่เองนะ แล้วมันจะพูดจาอะไรออกมาได้”
“เจ้าหนูนี่มันแค่ร้องออกมาตามสัญชาตญาณออกมาเพียงเท่านั้น เป็นภาษาซะที่ไหนกัน”
“แต่ท่านก็น่าจะเห็นนี่มันนั้นกำลังดมกลิ่นไปทั่วน่ะ ท่านก็น่าจะรู้ว่ามันหิว ทำไมถึงไม่ป้อนมันสักหน่อยล่ะ”
“ห้ะ จะให้ข้าเอาอะไรให้มันกินล่ะ”
เฉินเฉียงเมื่อได้ยินก็ตบกะโหลกตัวเองจนดังไปทีหนึ่ง “อ้า ข้าเกือบลืมไปแล้วว่าท่านคือมนุษย์กลายพันธุ