ินเฉียง ไม่สิ หลิวหลาง หลังจากนี้อีกหนึ่งปีครึ่ง พวกเราจะออกจากเขตแดนจักรพรรดิแห่งนี้”
“ในช่วงระหว่างนั้น ภายในเขตแดนจักรพรรดิแห่งนี้ยังมีสมบัติอีกนับไม่ถ้วน แต่สมบัติที่มีค่าที่สุดนั้นก็คือบันไดสู่สรวงสวรรค์”
“หากจะให้ข้าออกความเห็นนั้น จะเป็นการดีหากว่าพวกเรารีบไปที่นั่น หากว่าพลาดโอกาสไม่ได้ไปล่ะก็ การได้เข้าในเขตแดนจักรพรรดิในครั้งนี้จะเรียกได้ว่าสูญเปล่าอย่างสิ้นเชิง”
“บันไดสู่สรางสวรรค์เหรอ”
เฉินเฉียงได้พูดย้ำออกมาก่อนที่จะหันไปมองยังทุกคนในกองกำลัง
เป็นตอนนี้ที่เจิ้งยี่ได้ก้มหน้าคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะเงยหน้าแล้วพูดออกมา “กัปตัน นางพูดถูกแล้ว”
“ก่อนที่จะแยกจากมานั้น ผอ.ซุนได้พูดกับข้าเอาไว้ว่ามีสถานที่แปลกๆอยู่ในเขตแดนจักรพรรดิที่ราวกับจะนำพาสู่สรวงสวรรค์ได้”
“ข้าได้ยินมาว่าถึงแม้กองกำลังของทั้งสามเผ่าพันธุ์จะฆ่าแกงกันอย่างล้มตายมาก่อนหน้านั้นขนาดไหนก็ตาม แต่เมื่ออยู่ที่นั่นจะไม่อาจสู้รบกันได้ ไม่อย่างนั้นจะถูกทำลายโดยพลังของพื้นที่นั้นในทันที”
“นี่จึงทำให้บันไดสู่สรวงสวรรค์นั้นเป็นพื้นที่ที่ทั้งมนุษย์ สัตว์ประหลาด และมนุษย์กลายพันธุ์อยู่ร่วมกันอย่างสันติ”
“แล้วข้าได้ยินมาว่าหากใครก็ตามที่ได้ปีนขึ้นบันไดนั่น จะได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต”
นี่แสดงให้เห็นถึงว่าสำนักอันดับหนึ่งแห่งเขตภาคกลางมีข้อมูลที่ลึกล้ำเหนือกว่าสำนักเต่าดำและสำนักวิหคอสนีบาตอยู่อย่างมาก
แน่นอนว่าเ