ล้วทำไมเธอไม่ช่วยผู้ใต้บังคับบัญชาเลยล่ะ”
“แต่ถ้าไม่ใช่จริง ทำไมพวกมันถึงเรียกเธอว่านายท่านกัน”
“เรื่องนี้ช่างน่าแปลกนัก”
หลังจากที่ถามคำถามที่ไม่ได้คำตอบ และยิ่งตอบด้วยตัวเองก็ยิ่งสร้างความสับสนให้ตัวเอง นี่จึงทำให้เว่ยฉิงเชินเลิกถามไป
และยิ่งนึกถึงว่าหากหยานเสวี่ยเป็นคนลงมือเองในตอนนั้นแล้ว ด้วยความสามารถที่เหนือล้ำของเธอ จะเป็นการดีกว่าที่จะไม่ก่อกวนยียวนหรือตั้งตนเป็นศัตรูกับเธอจะดีซะกว่า
หยานเสวี่ยได้นั่งลงอยู่นิ่งๆคนเดียวห่างๆ เธอไม่แม้แต่จะสำรวจแก่นวิญญาณ หรือคิดที่จะพูดคุยกับคนในกองกำลังเลยสักคน
สองวันผ่านไป หลังจากที่ขุดแก่นวิญญาณในเหมืองจนหมดสิ้น หยานเสวี่ยก็ได้เดินเข้าไปหาเฉินเฉียง
“เฉินเฉียง จะคิดจะทำอะไรต่อไป”
“อย่ามาเรียกข้าว่าเฉินเฉียงสิ ตอนนี้ข้าชื่อหลิวหลาง”
เพื่อป้องกันไม่ให้สถานะของตนต้องเปิดเผย เฉินเฉียงได้ใช้รูปลักษณ์แฝงในขณะที่อยู่กับคนในกองกำลังของตน
เจิ้งยี่ได้ก้าวเดินตรงมาอย่างหยานเสวี่ยและกัดฟันแน่นเล็กน้อยแล้วพูดออกมา “ฆ่ามนุษย์กลายพันธุ์”
“ใช่ เจิ้งยี่นั้นพูดได้ถูกต้องแล้ว หน้าที่ของพวกเราก็คือการกวาดล้างมนุษย์กลายพันธุ์ทั้งหมดในเขตแดนแห่งนี้”
หยานเสวี่ยเหลือบตามองเจิ้งยี่และพวก ก่อนจะหันไปถามเฉินเฉียงออกมา “คนพวกนี้เชื่อใจเจ้ามากมายขนาดนี้เหลยเหรอ”
“แน่นอนสิ ทุกคนในที่นี้คือพี่ชายน้องชายที่ดีของข้าทั้งสิ้น”
หยานเสวี่ยพยักหน้ารับประหนึ่งพึงพอใจ “เอาล่ะเฉ