นไร้หัว
จนยันต์หมดสิ้น เขาถึงได้ตื่นรู้ขึ้นอย่างงุนงง
“นี่มัน… วิชาเทพแห่งไท่ซวีหรือ?!”
สีหน้าของฉีเหอเจินเหรินปรากฏความตกใจ ลวี่หยางกลับเพียงเลิกคิ้วเล็กน้อย วิชาเทพแห่งไท่ซวี แท้จริงแล้วคือคำเรียกขานวิชาเทพที่มอบจากสวรรค์แห่งความมิมี
ชื่อนี้มาจากเคล็ดพิธีบวงสรวงไท่ซวีอันใช้ติดต่อกับสวรรค์แห่งความมิมีโดยตรง
แม้สวรรค์แห่งความมิมีจะปรากฏขึ้นบนโลกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่กลับมีน้อยคนนักในขั้นสร้างรากฐานที่สามารถฝ่าด่านแรก สำเร็จวิชาเทพแห่งไท่ซวีได้
ลวี่หยางไม่กล่าวคำ เพียงยื่นนิ้วชี้ไปพลางกล่าวว่า “เคล็ดแท้บัญชาเขาโยกบรรพต!”
วิชานี้ร้ายลึกนัก ฉีเหอเจินเหรินไร้การป้องกันโดยสิ้นเชิง เพียงได้ยินเสียง เห็นท่าทาง และถูกลวี่หยางชี้เข้า ก็ถึงกับสำรอกโคลนตมออกมาในบัดดล
“เจ้าคิดจะสู้ตายกับข้าจริงๆ รึ?!”
ฉีเหอเจินเหรินกัดฟันกรอด มือหนึ่งประสานมุทราออก พลังวิชาเทพพลันปรากฏขึ้นทั่วกาย แสงฉายวูบไหว เพียงดีดนิ้วก็เนรมิตทิวทัศน์ภูผาห้วยธารนับไม่ถ้วน
ในชั่วพริบตา ลวี่หยางก็พบว่าวิชาที่ตนเพิ่งปล่อยใส่ฉีเหอเจินเหรินกลับถูกพลังบางอย่างดูดกลืนไปดื้อๆ ไม่อาจสร้างอันตรายได้อีก
“นี่มัน… ดินแข็ง หรือ?”
ลวี่หยางเคยฝึกฝนวิชาดินกำแพงเมืองมาก่อน เรื่องแก่นทางดินแข็งจึงเข้าใจลึกซึ้ง ยามนี้ย่อมจำได้ในบัดดลว่านี่คือวิชาใดที่อีกฝ่ายใช้ออก
‘ดินแข็งอยู่ในธาตุเซิน ธาตุเซินคือแผ่นดินใหญ่ หาใช่เพียงชื่อจะอธิบายได้ คุณสมบัต