ปลงตนเอง ไม่อย่างนั้นล่ะก็เมื่อข้าออกไปแล้ว ผู้อาวุโสฮั่นจุยต้องเด็ดหัวข้าทิ้งอย่างแน่นอน”
“ข้าเข้าใจ” ฉิงเชินในตอนนี้จมูกเปียกชื้นขึ้นมาในทันที “พี่ใหญ่เฉินเฉียง ท่านต้องลำบากเพราะข้าแล้ว”
เมื่อเห็นว่าเฉินเฉียงยอมรับตัวตนแล้ว หลู่ฟางก็ได้เดินไปหาในทันที “ศิษย์น้องเล็ก เจ้านี่ก็เหลือเกินเหลือการจริงๆ ทำแม้แต่การปลอมตัวต่อหน้าข้า ทำไมไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้เนี่ย ข้าจะได้ไม่เล่นงานเจ้าหนักมือนัก แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง หายแล้วรึ”
เฉินเฉียงได้ยิ้มแล้วพูดออกมา “พี่ใหญ่อย่าได้กังวล ข้านั้นได้รับประสบการณ์นี้มาก่อนหน้านี้แล้วนา ข้าเองได้เตรียมการไว้จนรักษาตัวจนหายดีแล้ว”
หลังจากพูดจบ เฉินเฉียงได้นิ่งไปสักพักก่อนที่จะชี้ไปที่จางหยวนและพวกแล้วถามออกมา “พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย”
“พี่ใหญ่เฉินเฉียง นี่ท่านรู้รึเปล่าเนี่ยว่าท่านพึ่งจะผ่านอันตรายมาน่ะ”
“หากไม่ใช่ศิษย์พี่เจิ้งยี่ลงมือได้ทันการ ท่านเองต้องตกตายในมือของไอ้อ้วนตัวดำนั่นเป็นแน่”
“แต่…เอ่อ…คือ….”
ฉิงเชินได้มองไปที่เจิ้งยี่แล้วไม่กล้าจะพูดออกมา
เฉินเฉียงที่เห็นแล้วยังสงสัยก็รีบถามออกไป “ฉิงเชิน เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ให้ข้าเล่าเอง”
จางหยวนนั้นยังไม่แม้แต่จะวางกระบี่ยาวในมือ เขาเดินไปที่หน้าเฉินเฉียงและมองที่เจิ้งยี่ “กัปตัน เจิ้งยี่นั้นช่วยท่านโดยการใช้พลังเหนือมนุษย์จอมเขมือบที่อยู่เหนือการรับรู้ของคนทั่วไป”
“แล้วท่านรู้อะไรรึเป