ื่อได้ยินแบบนี้ จางหยวนก็มีท่าทีผ่อนคลายลง เขาหันไปพูดกับหลู่ฟางต่อ “พี่หลู่ ข้าจะออกไปสำรวจพื้นที่ก่อน พวกท่านค่อยตามข้ามาทีหลังแล้วกัน”
อีกหนึ่งกิโลเมตรข้างหน้า เมื่อเฉินเฉียงได้เห็นจางหยวนมาถึง เขาก็ได้เดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้ม
“ตูม”
หมัดของจางหยวนได้ทำให้ต้นไม้ต้นหนึ่งล้มลงในทันที เขากัดฟันแน่นและพูดออกมา “กัปตัน ข้าอยากจะไปสั่งสอนซุนเหลียงกับพวกของมันจริงๆ ท่านให้ข้านำคนในกองกำลังไปสั่งสอนพวกมันไม่ได้รึไงกัน”
เฉินเฉียงได้ตบบ่าจางหยวนไปสองสามทีแล้วพูดออกมา “ไม่ว่ายังไงก็ตาม ไอ้นรกพวกนั้นก็ยังถือว่าเป็นยอดฝีมือของเผ่าพันธุ์เรา ยังไงซะเจ้าก็ฆ่าพวกมันระบายแค้นไม่ได้อยู่ไม่ใช่รึไง”
“อีกอย่างหนึ่ง ในเขตแดนจักรพรรดิแห่งนี้ที่ยอดฝีมือเผ่าพันธุ์เราตกตายไปทุกวันด้วยน้ำมือของสัตว์ประหลาดและมนุษย์กลายพันธุ์”
“ไอ้พวกเห็นแก่ตัวอย่างซุนเหลียงนั่นน่ะนะ ข้าว่าหากไปประสบพบเจอกับสัตว์ประหลาดและมนุษย์กลายพันธุ์เข้าล่ะก็ ดีไม่ดีพวกมันยังไม่คิดจะเอามาเป็นพวกเลย”
“คนที่สันดานเสียสุดหยั่งแบบนี้ ไม่มีทางเลยที่จะให้ยอมทำเพื่อประโยชน์ของเผ่าพันธุ์แบบพวกเราได้น่ะ”
“ตราบใดที่มันเป็นเรื่องเล็กน้อย และไม่ได้ผิดถึงขั้นทำอันตรายต่อเผ่าพันธุ์เดียวกัน ก็แค่ปล่อยๆมันไปก่อนก็พอแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ จางหยวนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“พูดก็พูดเถอะนะ กัปตัน ท่านอ่อนกว่าข้าตั้งสี่ห้าปีแต่ทำไมถึงได้มองเรื่องราวได้ทะลุ