า”
“นี่….” เจิ้งยี่อยากจะพูดอะไรออกมาแต่เฉินเฉียงได้ยกมือขึ้นห้ามปราม “เจิ้งยี่ จางหยวน พี่ชายทั้งหลาย พวกท่านไม่ต้องใส่ใจกับคำพูดของข้ามากนักหรอก ข้าแค่อยากจะแบ่งปันประสบการณ์ของข้าที่ได้ประสบพบเจอมาเพียงเท่านั้น”
“กับเรื่องพลังเหนือมนุษย์นี้แล้ว ข้าหวังเพียงว่านอกจากกับทุกคนในที่นี้แล้วข้าจะไม่ต้องแสดงออกมาให้คนอื่นได้เห็น”
“อย่างที่เขาว่ากันว่ามากคนก็มากความ หากมีคนรับรู้ว่าข้านั้นใช้พลังเหนือมนุษย์นี้ได้ ต่อให้ไม่ฆ่าข้าก็คงมีหวังโดนเอาออกไปชำแหละศึกษาเป็นแน่”
จางหยวนพยักหน้ารับในทันที “ไม่มีปัญหา มีเพียงพวกเราเท่านั้นที่รู้เรื่องพลังเหนือมนุษย์ของเจ้า ไม่อย่างนั้นพวกเราคงจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ไปแล้ว”
“ไม่อ่ะ ยังมีอีกคนที่รู้เรื่องนี้”
เป็นตอนนี้ที่เฉินเฉียงได้เล่าเรื่องราวที่ได้ช่วยเฉียวกังเอาไว้
“ไอ้หน้าด้านเอ๊ย” กัวเหลียงสบถออกมาด้วยความเกลียดชังเต็มหัวใจ “ไอ้เฉียวกังนรกแตกนั่น ตอนที่ศิษย์น้องช่วยชีวิตไม่เพียงจะไม่สำนึกในบุญคุณแต่ยังคิดที่จะเอาเรื่องพลังเหนือมนุษย์ของศิษย์น้องไปป่าวประกาศอีก”
“ไอ้หมอนี่กิน(จัดการ)ได้ไม่ง่ายซะด้วย”
“พวกเราทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ ยังไงซะพวกเราเองก็คือพวกเดียวกันแล้ว แถมไอ้บ้านั่นยังเกลียดเฉินเฉียงอย่างเข้าไส้อีกด้วย”
จางหยวนได้ส่ายหน้าไปมาแล้วถามออกไป “ทำไมเราไม่หามันให้เจอก่อนแล้วปิดปากมันซะล่ะ หากเราปล่อยให้ขยะแห่งเผ่าพันธุ์แบบนี้อยู่ต่อไปล่ะก็ ไม่เ