ดียวก็มากกว่ารางวัลผลงานที่พวกเขาได้รับมารวมกันตลอดหลายปีมานี้ซะอีก แถมในครั้งนี้ พวกคนเหล่านี้แม้แต่ขนก็ยังไม่มี
หากมองในมุมนี้ หลินเฟิงนั้นช่างขี้เหนียวนัก
เมื่อเห็นว่าเฉียวกังนั้นมีแก่นคริสตัลมากมายขนาดนี้ นี่ทำให้เขานั้นนึกถึงชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาในทันที
“เจ้าของร้าน เรามาคุยธุรกิจกันหน่อยดีกว่าไหม ข้าว่าวันนี้เรามาแบ่งแก่นคริสตัลที่ได้มาจากไอ้โง่นี่กันดีกว่า เอาเปล่า”
เจ้าของร้านที่มัวแต่มองเฉียวกังราวกับตัวทำเงินอยู่นี้ พร้อมกับคิดว่าในครานี้คงได้เงินก้อนใหญ่เป็นแน่อยู่นั้น เมื่อได้ยินคำพูดชวนของเฉินเฉียงเข้า เขาก็พูดตอบรับออกไปโดยลืมไปว่านี่คือเสียงที่ส่งผ่านเข้ามาในห้วงจิตสำนึกที่มีชื่อว่าส่งเสียงผ่านจิตวิญญาณ และนี่ทำให้เขานั้นพยักหน้าและพูดตอบรับออกมาในทันที “ฮ่าฮ่าฮ่า ดี”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมาจากเจ้าของร้านร่างอ้วน เขาก็เหมือนจะพึ่งนึกขึ้นมาได้ เมื่อเฉียวกังได้เห็นก็นึกสับสนและขมวดคิ้วในทันที
“อะแฮ่ม หอสมบัติแห่งนี้นั้นล้วนแล้วค้าขายอย่างเป็นธรรมมาโดยตลอด ราคาค่างวดของกำไลสื่อสารชุดนี้นั้นข้าขอบอกตามตรงว่าอย่างมากก็สองหมื่นแก่นคริสตัลระดับนายพลขั้นกลาง”
“อย่างไรก็ตาม ของที่นี่นั้นล้วนแล้วเป็นของที่ดีที่สุด ในเมื่อทั้งสองท่านต้องการจะแย่งกันซื้อ คนที่ได้ไปมากกว่าย่อมได้รับมันไป”
“สหายทั้งสอง โปรดรอสักครู่ ใครกันแน่ที่ยาจกนั้น เดี๋ยวพวกเราก็จะรับรู้กันในครั้งนี้ ”
หลังจาก