ะลองสี่สำนักเลยนะเว้ย แล้วนายเห็นคนที่กำลังเดินมารึเปล่า”
“เขาคืออันดับหนึ่งของการประลองสี่สำนักแต่กลับยอมเป็นผู้ติดตามของเฉินเฉียง”
“โวโว่โว้ ได้ดูอะไรดีๆแล้วล่ะมั้ง พวกเขาต่างก็เป็นอัจฉริยะในการประลองเลยนะ การระหว่างที่สองกับที่สี่นี้คงจะเปรียบได้ดั่งตัวแทนของตึกจอมพลเลยล่ะมั้งเนี่ย”
“เงียบๆไป รอดูดีกว่า ข้าว่ายังไงซะต้องมีคนเจอปัญหาแน่นอน”
“แล้วเจ้าคิดว่าใครล่ะ ข้าว่าเฉินเฉียงแพ้แหงๆ”
“จะพนันทำบ้าอะไร ยังไงซะเฉียวกังก็มีจ้าวลี่และตึกจอมพลภาคกลางหนุนหลังอยู่แล้ว มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะคิดว่าเฉินเฉียงชนะ”
หลังจากทุกคนพูดคุยกัน เฉินเฉียงและคนของกองกำลังเทียนเว่ยได้แหวกผู้คนขององครักษ์ตึกจอมพลภาคกลางออกไป
“เจ้าของร้าน เจ้าของร้านอยู่ไหน” เฉินเฉียงได้ตะโกนขึ้น
“มาแล้วครับ มาแล้ว”
ชายวัยกลางคนร่างอ้วนได้วิ่งมาพลางปาดเหงื่อ
“ท่านครับ ท่านต้องการอะไร พอดีทางร้านมีลูกค้าสำคัญ หากท่านต้องการจะซื้ออะไรขอให้ท่านโปรดรอสักครู่นะครับ”
เฉินเฉียงได้มองไปที่เจ้าของร้านอย่างเขม็งแก่นที่จะตบลงบนเคาน์เตอร์ร้านอย่างดัง
“ห้ะ นี่แกตาบอดรึไง เจ้ากล้าดียังไงถึงกล้าเสียมารยาทกับพวกข้า เชื่อรึเปล่าว่าพวกข้านั้นสามารถตัดคอแกได้เดี๋ยวนี้เลยนะ”
จางหยวนและพวกแสดงออกมาด้วยท่าทีที่ไม่พอใจ
“นี่แกเป็นคนค้าขายจริงๆรึเปล่า ท่านผู้นี้คือนายพลเว่ยหวู่ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากผู้การภาคโดยตรงเลยนะเว้ย แล้วแกกลับกล้าทำ