้าไปได้แล้ว”
เฉินเฉียงได้มองไปรอบๆที่เป็นพื้นที่รกร้างด้วยคิ้วที่ขมวดแน่นและพูดขึ้นมา “ท่านจะรออยู่ที่นี่คนเดียวเนี่ยนะ แล้วหาเกิดอันตรายขึ้นล่ะ”
หยานเสวี่ยได้ตอบออกมาอย่างหยามเหยียด “เฉินเฉียง เจ้าเชื่อไหมว่าข้ายังมีแรงฆ่าเจ้าอยู่ในตอนนี้”
เฉินเฉียงที่พยายามใจดีกับหยานเสวี่ยทุกวิถีทางแต่กลับโดนตอกกลับมาซะขนาดนี้
นี่ทำให้เฉินเฉียงหมดความอดทนและลากเจิ้งยี่ไปในทันที
“หยุดก่อน”
หยานเสวี่ยได้หันหน้ามองเฉินเฉียงและถามออกมา “ช่วงนี้มีข้อมูลอะไรบ้างรึเปล่า”
“มี ข้าทำลายกลุ่มสายลับของมนุษย์กลายพันธุ์ไปหนึ่งกลุ่ม” เฉินเฉียงพูดออกมาด้วยท่าที่ไม่ค่อยจะอภิรมย์ “อ้อ แล้วก็หลังจากเสร็จการประลองนี้พวกข้าจะต้องเข้าไปในเขตแดนจักรพรรดิ ท่านรู้จักมันรึเปล่า”
“พอแล้ว ไปตายที่ไหนก็ไป”
หยานเสวี่ยมองไปที่เฉินเฉียงอย่างเย็นชา เธอนั้นยังจะกระโดดถีบขาคู่ใส่เขาคนนี้ซะจริงๆ
“เจิ้งยี่ ไปกันเถอะ”
หลังจากพูดจบ เฉินเฉียงก็ได้ดึงเจิ้งยี่ไปก่อนที่จะใช้ก้าวย่างสวรรค์โจนทะยานไปอีกพันเมตรข้างหน้า หลังจากนั้นเขาก็ได้หยุดใช้ท่าเท้าและเดินไปอย่างช้าๆ
“เฉินเฉียง องครักษ์หยานนั่นเป็นใคร แล้วข้อมูลที่เจ้าพูดออกไปนั้นคืออะไรกัน”
เฉินเฉียงได้มองไปที่เจิ้งยี่และพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ “องครักษ์หยานคนนั้นเป็นเหมือนเจ้านั่นแหละ เธอเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ ส่วนข้อมูลที่เธอต้องการนั้นแน่นอนว่าย่อมต้องเป็นข้อมูลของเผ่าพันธ์ุมนุษย์”
“เจ้า