ินเฉียงก็ได้หยุดการดำดินลง
“ศิษย์พี่เจิ้งยี่ ที่นี่น่าจะปลอดภัยพอแล้ว ท่านนั่งลงก่อน”
เฉินเฉียงได้พาตนเองลงมายังช่องว่างในดินขนาดใหญ่ก่อนที่จะนั่งตรงข้ามกับเจิ้งยี่
“เฉินเฉียง เจ้าทำอะไรกัน” เจิ้งยี่ถามออกมาอย่างสงสัย “นี่เจ้ามีความลับด้วยเหรอ”
“ท่านก็มีความลับ แล้วทำไมข้าจะมีไม่ได้ล่ะ ข้าพูดถูกรึเปล่า” เฉินเฉียงได้มองไปยังเจิ้งยี่ด้วยท่าทางจริงจังและพูดออกมา “ศิษย์พี่เจิ้ง ข้าอยากจะรู้ว่าทำไมในมิติประลองนั่น ตอนที่ท่านสู้กับหลินฟานแล้วถูกฝังแผ่นแก่นพลังงานไปนั้น ทำไมทั้งๆที่ท่านรู้ตัวแล้วแต่ท่านยังคิดว่ามันเป็นศัตรูอยู่อีก แถมพอออกมาแล้วท่านยังคิดจะฆ่ามันอย่างไม่ลดละอีกล่ะ”
“ห้ะ เฉินเฉียง คำถามของเจ้าช่างแปลกประหลาดนัก…….อ้อ เจ้าจะบอกว่าข้า เจิ้งยี่ผู้นี้ แค่ถูกฝังแผ่นแก่นพลังงานนั่นแล้วก็ควรจะถูกควบคุมด้วยหลินฟานและคอยทำตามที่มันบอกอย่างนั้นน่ะเหรอ”
ยังไงซะเผ่าพันธุ์มนุษย์และมนุษย์กลายพันธุ์ก็ราวกับน้ำและไฟ ไม่ใช่ว่าพวกเราสมควรจะสังหารพวกมันในทันทีรึไงกัน
เมื่อเฉินเฉียงได้เห็นคำพูดที่มุ่งมั่นและท่าทางที่ราวกับเป็นคำสัตย์อยู่ในใจเขานี้ยิ่งทำให้เฉินเฉียงนึกมั่นใจความคิดของเขาตั้งแต่ตอนที่อยู่ในมิติประลองนั่นยิ่งกว่าเดิม
“ศิษย์พี่เจิ้ง แต่ท่านในตอนนี้คือมนุษย์หลายพันธุ์แล้วไม่ใช่รึไงกัน หากฟังจากที่ท่านพูดมา ท่านเองก็ควรจะพูดกับหลินฟานสิ”
“เอาอย่างนี้ ไอ้คำปฏิญาณบ้าบออะไรนั่นน่ะช่าง